โปรโมทเว็บไซต์ฟรี

โทร.0-2930-7606

โทร.081-9330700





จองโรงแรมจีน

Ticket-online

reserve worldwide hotel

reserve Thailand hotel

 ทัวร์จีน
 ทัวร์ฮ่องกง
 ทัวร์เวียดนาม
 ทัวร์สิงคโปร์
 ทัวร์ญี่ปุ่น
 ทัวร์เกาหลี
 ทัวร์อินเดีย
 ทัวร์บาหลี
 ทัวร์พม่า
 ทัวร์กัมพูชา
 ทัวร์ลาว

 
Google
 
มรดกโลกทางโบราณคดีที่โจวโข่วเตี้ยน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2546 21:21 น.
       

 
       ก้าวแรก
       
       ถ้ำบนเขาแห่งที่ราบภาคเหนืออันกว้างใหญ่ของแผ่นดินจีน เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่เมื่อหลายแสนปีก่อน กาลเวลาฝังร่องรอยและหลักฐานมากมายไว้ใต้ฝุ่นดิน...จนกระทั่งกระดูกฟันซี่หนึ่งได้กลายเป็นหลักฐานทางโบราณคดีในทันทีเมื่อมีการค้นพบครั้งแรกในปี 1921 บริเวณถ้ำที่เชื่อว่าเป็นที่อาศัยของมนุษย์วานร ในเขตตำบลโจวโข่วเตี้ยน

       
       ชีวิตถ้ำ 500,000 ปีก่อนถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ด้วยซากฟอสซิลกระดูกฟันมนุษย์ชิ้นแรก ซึ่งระบุอายุได้ว่าอยู่ในราวยุคหินเก่าตอนต้น จากหลักฐานชิ้นดังกล่าวนำมาสู่การค้นพบในปีต่อๆมา แต่หลักฐานที่สั่นสะเทือนวงการโบราณคดีจีนและต่างชาติ ที่ค้นพบในปี 1929 ต่างหาก ที่เป็นกุญแจดอกสำคัญไขไปสู่คำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวของ‘มนุษย์ปักกิ่ง’

 
กระดูกหน้าผากมนุษย์ปักกิ่งชิ้นแรกที่พบในปี ค.ศ.1929
       นั่นคือ ซากฟอสซิลกระดูกหน้าผากของกะโหลกศีรษะมนุษย์ชิ้นสมบูรณ์ที่สุด และเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน ตลอดจนร่องรอยการใช้ไฟที่พบในถ้ำมนุษย์วานร ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงการดำรงชีวิตของมนุษย์ปักกิ่งในสมัยดึกดำบรรพ์ เมื่อกว่า 700,000-200,000 ปีก่อน

 
พิพิธภัณฑ์โบราณคดีโจวโข่วเตี้ยน
       

 
       เปิดแหล่งโบราณคดี
       
       รัฐบาลจีนได้ใช้พื้นที่บริเวณที่ขุดพบซากโบราณในถ้ำมนุษย์ปักกิ่ง ทำการศึกษาวิจัยและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความรู้เรื่องมนุษย์ปักกิ่ง โดยเปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อปี ค.ศ.1953 จนถึงวันนี้ หลักฐานทั้งหมดที่ถูกเก็บรักษาไว้ มีส่วนช่วยเหลือให้งานวิจัยเรื่องมนุษย์ปักกิ่งก้าวหน้าไปอย่างมาก
       
       สำหรับงานด้านการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์แล้ว การค้นพบครั้งสำคัญที่แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีโจวโข่วเตี้ยนนี้ ได้ยุติข้อถกเถียงเกี่ยวกับ ‘มนุษย์เดินตัวตรง’(โฮโมอิเรกตัส) ที่ยืดเยื้อมากว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่การค้นพบมนุษย์ชวาในศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา อีกด้านหนึ่งยังเพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับบรรพบุรุษมนุษย์เผ่าพันธุ์ผิวเหลืองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 
เข็มและลูกปัดทำจากกระดูกสัตว์ ชี้ว่า มนุษย์ถ้ำบนเขาก็รักสวยรักงามเป็น
       โดยบริเวณใกล้ๆกับถ้ำโบราณมนุษย์ปักกิ่ง ยังเป็นถ้ำโบราณของมนุษย์ถ้ำบนภูเขา มีการขุดพบชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะที่สมบูรณ์จำนวน 3 ชิ้น ที่ระบุว่า เป็นของมนุษย์ถ้ำบนภูเขา (Upper Cave Man หรือมนุษย์ผิวเหลืองในสมัยดึกดำบรรพ์) วัยผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิง ซึ่งมีอายุอยู่เมื่อ 18,000 ปีก่อน
       
       บริเวณข้างๆนั้นพบเข็มที่ทำจากกระดูก ฟอสซิลฟันสัตว์ กระดูกปลา ร้อยเป็นพวงระย้า รวมถึงหินประดับ ซึ่งเชื่อว่าเคยถูกใช้เป็นลูกปัดร้อยเป็นสร้อยคอ รวมถึงซากโบราณวัตถุที่เป็นสร้อยคอ ล้วนชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ถ้ำรู้จักการประดับตกแต่งตามเรือนร่าง นอกเหนือจากการห่อหุ้มร่างกายด้วยเครื่องนุ่งห่มหรือหนังสัตว์ นับเป็นยุคแรกของการก่อเกิดศิลปะการตกแต่งในเวลาต่อมา

 
       เผยโฉมมนุษย์ปักกิ่ง
       
       ตัวเตี้ยอายุสั้น -
กะโหลกศีรษะมนุษย์ปักกิ่ง มีลักษณะใกล้เคียงกับกะโหลกศีรษะของชาวมองโกลในปัจจุบัน มีลักษณะหน้าผากต่ำ เบ้าตาด้านบน(คิ้ว)โปนออกมา กระดูกท้ายทอยที่ด้านหลังของกะโหลกมีลักษณะเป็นมุมแหลม มีขากรรไกรที่กว้างใหญ่และแข็งแรง ฟันเป็นแบบมนุษย์อย่างชัดเจน แต่มีขนาดใหญ่มาก ที่สำคัญฟันบนและล่างไม่เหลื่อมกัน คล้ายฟันของตระกูลสุนัขและวานร
       
       ขนาดของกระดูกโคนขา ชี้ว่า ความสูงเฉลี่ยของมนุษย์ปักกิ่ง เพศชายอยู่ในราว 156 เซนติเมตร เพศหญิงราว 144 เซนติเมตร และยังบอกถึงช่วงอายุที่แสนสั้น กล่าวคือ อาจเป็นไปได้ที่มนุษย์ปักกิ่งจำนวน 68.9% เสียชีวิตก่อนอายุ 14 ปี ขณะที่มีเพียง 45% เท่านั้นที่มีอายุยืนถึง 50 ปี
       
       เครื่องมือยังชีพหลากหลาย -
มนุษย์ปักกิ่งมีวิถีชีวิตอยู่ด้วยการเก็บของป่าและล่าสัตว์ จากเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหินแหลมคมที่พบในถ้ำ ขนาดเล็กใหญ่หนาบางต่างๆกัน ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ประเภทใช้งานต่างๆ ทั้งฟัน ทุบ เจาะ ฯลฯ เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธต่อสู้กับธรรมชาติ เป็นเครื่องใช้ในการผลิต และเพื่อทำกิจกรรมที่ใช้แรงงานอื่นๆ ทั้งนี้ความชาญฉลาดในการสร้างเครื่องมือเครื่องใช้หลากหลายเช่นนี้ เป็นข้อแตกต่างสำคัญที่แบ่งแยกระหว่างมนุษย์กับวานร

 
ภาพจำลองมนุษย์ปักกิ่งใช้ไฟเพื่อการหุงอาหารในยุคหิน
       ใช้ไฟเป็น - จากซากโบราณของร่องรอยขี้เถ้าสีสดใส ที่จับอยู่ที่ผนังถ้ำซึ่งมีความหนาถึง 4-6 เมตร 5 แห่ง ซากโบราณของกองขี้เถ้า 3 แห่ง รวมทั้งกระดูกที่มีร่องรอยถูกไฟเผา ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่า มนุษย์ปักกิ่งรู้จักการใช้ประโยชน์จากไฟในธรรมชาติ ตลอดจนรู้จักการควบคุมไฟและรักษาไว้เป็นเชื้อเพลิง เพื่อการทำอาหารให้สุก ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย อีกทั้งป้องกันอันตรายจากสัตว์ สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการก้าวเข้าสู่อารยะของมนุษย์

 
ถ้ำมนุษย์วานรปักกิ่ง
       บันทึกการขุดค้น
       
       ปี 1921 นักวิชาการชาวสวีเดนพบซากฟอสซิลฟันมนุษย์ชิ้นแรก หลังจากนั้นได้มีการขุดพบซากฟอสซิลฟันเพิ่มขึ้นอีก
       
       ปี 1927 นักวิชาการชาวแคนาดา พบซากฟอสซิลฟันมนุษย์ ในถ้ำมนุษย์ปักกิ่ง ให้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า มนุษย์วานรปักกิ่ง
       
       2 ธันวาคม ปี 1929 ศาสตราจารย์เผยเหวินจง นักชีววิทยายุคดึกดำบรรพ์ พบซากฟอสซิลกระดูกหน้าผากของกะโหลกศีรษะมนุษย์ปักกิ่งชิ้นแรกที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญยืนยันทฤษฎีมนุษย์ปักกิ่งที่มีอายุย้อนไปกว่า 700,000 ถึง 200,000 ปีก่อน ในปีเดียวกันยังพบเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน และซากโบราณที่มีร่องรอยการใช้ไฟ

 
       ช่วงญี่ปุ่นบุกจีนในปี ค.ศ.1937 การขุดค้นยุติลงกลางคัน และช่วงระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา (ปีค.ศ. 1941) วัตถุโบราณที่ขุดพบทั้งหมดตั้งแต่ปีค.ศ.1927 เป็นต้นมาหายไป! จีนเชื่อว่าถูกขนย้ายไปยังสหรัฐอเมริกา น่าเศร้าที่ไม่สามารถสืบสวนตามกลับมาได้

 
       

 
       นับตั้งแต่สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปี ค.ศ.1949) จนถึงปัจจุบัน แหล่งโบราณคดีโจวโข่วเตี้ยนได้รวบรวมกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่สมบูรณ์ไว้ 6 หัว ชิ้นส่วนกระดูกส่วนหน้า 12 ชิ้น กระดูกขากรรไกรล่าง 15 ชิ้น ซากฟอสซิลฟัน 157 ชิ้น กระดูกส่วนตัว มือและเท้ารวม 10 กว่าชิ้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์ทั้งเพศชายและหญิง เด็กและคนชรา 40 กว่าร่าง รวมถึงเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน กระดูกสัตว์ และเขาสัตว์ จำนวน 100,000 กว่าชิ้น ซากฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตลอดจนอนุรักษ์ร่องรอยการใช้ไฟในถ้ำมนุษย์ดึกดำบรรพ์บนภูเขา
       
       ปัจจุบันโลกยอมรับ‘มนุษย์ปักกิ่ง’ที่โจวโข่วเตี้ยนว่าเป็นบรรทัดฐานของมนุษย์เดินตัวตรงที่สมบูรณ์ที่สุด มีระบบที่สุด และทรงคุณค่าที่สุด

       
       ข้อมูล
       

       มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี ค.ศ.1987
       ที่ตั้ง- บนภูเขาหลงกู่ซันแห่งที่ราบภาคเหนือของจีน ในตำบลโจวโข่วเตี้ยน เขตฝางซัน ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง 48 กิโลเมตร
       อายุ- ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ราว 700,000-200,000 ปีก่อน ในยุคหินเก่าตอนต้น
       อาณาเขต- ถ้ำดึกดำบรรพ์มนุษย์ปักกิ่ง มีความยาวจากทิศตะวันตกถึงทิศตะวันออก 140 เมตร ความกว้างจากทิศเหนือมาใต้ราว 2.5-42 เมตร

       

       ข้อมูลท่องเที่ยว
       
       การเดินทาง :
พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีโจวโข่วเตี้ยน อยู่ห่างจากตัวเมืองกรุงปักกิ่งไปราว 1 ชม. ทางรถยนต์สามารถโดยสารรถบัสสาย 917 จากสถานีขนส่งเทียนเฉียว(天桥汽车站) ลงที่เขตฝางซัน(房山区) แล้วต่อรถโดยสารขนาดเล็ก ราคา 1 หยวนไปถึงพิพิธภัณฑ์   นอกจากนี้สามารถโดยสารรถไฟหมายเลขขบวน 537 และ 539  จากสถานีรถไฟปักกิ่งสายใต้ ขึ้นที่สถานีหย่งติ้งเหมิน(永定门站) ลงที่โจวโข่วเตี้ยน 
       ราคาบัตรผ่านประตู : 20 หยวน มีบริการไกด์นำชมภายในพิพิธภัณฑ์ฯฟรี !!
       สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง :
พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าเยียนตูยุคโจวตะวันตก(西周燕都遗址) ราคาบัตร 15 หยวน  ทะเลสาบชิงหลงหู(青龙湖) ราคาบัตร 15 หยวน วัดหยุนจีว์(云居寺) ราคาบัตร 30 หยวน
 
   






 สถิติวันนี้ 166 คน
 สถิติเมื่อวาน 179 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
3722 คน
24273 คน
27168 คน
เริ่มเมื่อ 2008-03-1

  

 


Produce & Service by  Aiweb