|
ก้าวแรก
ถ้ำบนเขาแห่งที่ราบภาคเหนืออันกว้างใหญ่ของแผ่นดินจีน
เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่เมื่อหลายแสนปีก่อน
กาลเวลาฝังร่องรอยและหลักฐานมากมายไว้ใต้ฝุ่นดิน...จนกระทั่งกระดูกฟันซี่หนึ่งได้กลายเป็นหลักฐานทางโบราณคดีในทันทีเมื่อมีการค้นพบครั้งแรกในปี
1921
บริเวณถ้ำที่เชื่อว่าเป็นที่อาศัยของมนุษย์วานร
ในเขตตำบลโจวโข่วเตี้ยน
ชีวิตถ้ำ 500,000 ปีก่อนถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
ด้วยซากฟอสซิลกระดูกฟันมนุษย์ชิ้นแรก
ซึ่งระบุอายุได้ว่าอยู่ในราวยุคหินเก่าตอนต้น
จากหลักฐานชิ้นดังกล่าวนำมาสู่การค้นพบในปีต่อๆมา
แต่หลักฐานที่สั่นสะเทือนวงการโบราณคดีจีนและต่างชาติ
ที่ค้นพบในปี 1929 ต่างหาก
ที่เป็นกุญแจดอกสำคัญไขไปสู่คำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวของมนุษย์ปักกิ่ง
|
 |
|
|
กระดูกหน้าผากมนุษย์ปักกิ่งชิ้นแรกที่พบในปี
ค.ศ.1929 |
|
 |
นั่นคือ
ซากฟอสซิลกระดูกหน้าผากของกะโหลกศีรษะมนุษย์ชิ้นสมบูรณ์ที่สุด
และเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน
ตลอดจนร่องรอยการใช้ไฟที่พบในถ้ำมนุษย์วานร
ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงการดำรงชีวิตของมนุษย์ปักกิ่งในสมัยดึกดำบรรพ์
เมื่อกว่า 700,000-200,000 ปีก่อน
|
|
|
พิพิธภัณฑ์โบราณคดีโจวโข่วเตี้ยน |
|
 |
|
เปิดแหล่งโบราณคดี
รัฐบาลจีนได้ใช้พื้นที่บริเวณที่ขุดพบซากโบราณในถ้ำมนุษย์ปักกิ่ง
ทำการศึกษาวิจัยและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความรู้เรื่องมนุษย์ปักกิ่ง
โดยเปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อปี ค.ศ.1953
จนถึงวันนี้ หลักฐานทั้งหมดที่ถูกเก็บรักษาไว้
มีส่วนช่วยเหลือให้งานวิจัยเรื่องมนุษย์ปักกิ่งก้าวหน้าไปอย่างมาก
สำหรับงานด้านการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์แล้ว
การค้นพบครั้งสำคัญที่แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีโจวโข่วเตี้ยนนี้
ได้ยุติข้อถกเถียงเกี่ยวกับ
มนุษย์เดินตัวตรง(โฮโมอิเรกตัส)
ที่ยืดเยื้อมากว่าครึ่งศตวรรษ
นับตั้งแต่การค้นพบมนุษย์ชวาในศตวรรษที่ 19
เป็นต้นมา
อีกด้านหนึ่งยังเพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับบรรพบุรุษมนุษย์เผ่าพันธุ์ผิวเหลืองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
|
|
|
เข็มและลูกปัดทำจากกระดูกสัตว์
ชี้ว่า
มนุษย์ถ้ำบนเขาก็รักสวยรักงามเป็น |
|
 |
 |
โดยบริเวณใกล้ๆกับถ้ำโบราณมนุษย์ปักกิ่ง
ยังเป็นถ้ำโบราณของมนุษย์ถ้ำบนภูเขา
มีการขุดพบชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะที่สมบูรณ์จำนวน 3
ชิ้น ที่ระบุว่า เป็นของมนุษย์ถ้ำบนภูเขา (Upper
Cave Man หรือมนุษย์ผิวเหลืองในสมัยดึกดำบรรพ์)
วัยผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิง ซึ่งมีอายุอยู่เมื่อ
18,000 ปีก่อน
บริเวณข้างๆนั้นพบเข็มที่ทำจากกระดูก
ฟอสซิลฟันสัตว์ กระดูกปลา ร้อยเป็นพวงระย้า
รวมถึงหินประดับ
ซึ่งเชื่อว่าเคยถูกใช้เป็นลูกปัดร้อยเป็นสร้อยคอ
รวมถึงซากโบราณวัตถุที่เป็นสร้อยคอ
ล้วนชี้ให้เห็นว่า
มนุษย์ถ้ำรู้จักการประดับตกแต่งตามเรือนร่าง
นอกเหนือจากการห่อหุ้มร่างกายด้วยเครื่องนุ่งห่มหรือหนังสัตว์
นับเป็นยุคแรกของการก่อเกิดศิลปะการตกแต่งในเวลาต่อมา
|
เผยโฉมมนุษย์ปักกิ่ง
ตัวเตี้ยอายุสั้น -
กะโหลกศีรษะมนุษย์ปักกิ่ง
มีลักษณะใกล้เคียงกับกะโหลกศีรษะของชาวมองโกลในปัจจุบัน
มีลักษณะหน้าผากต่ำ เบ้าตาด้านบน(คิ้ว)โปนออกมา
กระดูกท้ายทอยที่ด้านหลังของกะโหลกมีลักษณะเป็นมุมแหลม
มีขากรรไกรที่กว้างใหญ่และแข็งแรง
ฟันเป็นแบบมนุษย์อย่างชัดเจน แต่มีขนาดใหญ่มาก
ที่สำคัญฟันบนและล่างไม่เหลื่อมกัน
คล้ายฟันของตระกูลสุนัขและวานร
ขนาดของกระดูกโคนขา ชี้ว่า
ความสูงเฉลี่ยของมนุษย์ปักกิ่ง เพศชายอยู่ในราว
156 เซนติเมตร เพศหญิงราว 144 เซนติเมตร
และยังบอกถึงช่วงอายุที่แสนสั้น กล่าวคือ
อาจเป็นไปได้ที่มนุษย์ปักกิ่งจำนวน 68.9%
เสียชีวิตก่อนอายุ 14 ปี ขณะที่มีเพียง 45%
เท่านั้นที่มีอายุยืนถึง 50 ปี
เครื่องมือยังชีพหลากหลาย -
มนุษย์ปักกิ่งมีวิถีชีวิตอยู่ด้วยการเก็บของป่าและล่าสัตว์
จากเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหินแหลมคมที่พบในถ้ำ
ขนาดเล็กใหญ่หนาบางต่างๆกัน ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก
ประเภทใช้งานต่างๆ ทั้งฟัน ทุบ เจาะ ฯลฯ
เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธต่อสู้กับธรรมชาติ
เป็นเครื่องใช้ในการผลิต
และเพื่อทำกิจกรรมที่ใช้แรงงานอื่นๆ
ทั้งนี้ความชาญฉลาดในการสร้างเครื่องมือเครื่องใช้หลากหลายเช่นนี้
เป็นข้อแตกต่างสำคัญที่แบ่งแยกระหว่างมนุษย์กับวานร
|
 |
|
|
ภาพจำลองมนุษย์ปักกิ่งใช้ไฟเพื่อการหุงอาหารในยุคหิน |
|
 |
ใช้ไฟเป็น -
จากซากโบราณของร่องรอยขี้เถ้าสีสดใส
ที่จับอยู่ที่ผนังถ้ำซึ่งมีความหนาถึง 4-6 เมตร 5
แห่ง ซากโบราณของกองขี้เถ้า 3 แห่ง
รวมทั้งกระดูกที่มีร่องรอยถูกไฟเผา
ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่า
มนุษย์ปักกิ่งรู้จักการใช้ประโยชน์จากไฟในธรรมชาติ
ตลอดจนรู้จักการควบคุมไฟและรักษาไว้เป็นเชื้อเพลิง
เพื่อการทำอาหารให้สุก ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
อีกทั้งป้องกันอันตรายจากสัตว์
สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการก้าวเข้าสู่อารยะของมนุษย์
|
บันทึกการขุดค้น
ปี 1921
นักวิชาการชาวสวีเดนพบซากฟอสซิลฟันมนุษย์ชิ้นแรก
หลังจากนั้นได้มีการขุดพบซากฟอสซิลฟันเพิ่มขึ้นอีก
ปี 1927 นักวิชาการชาวแคนาดา
พบซากฟอสซิลฟันมนุษย์ ในถ้ำมนุษย์ปักกิ่ง
ให้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า มนุษย์วานรปักกิ่ง
2 ธันวาคม ปี 1929 ศาสตราจารย์เผยเหวินจง
นักชีววิทยายุคดึกดำบรรพ์
พบซากฟอสซิลกระดูกหน้าผากของกะโหลกศีรษะมนุษย์ปักกิ่งชิ้นแรกที่สมบูรณ์ที่สุด
เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญยืนยันทฤษฎีมนุษย์ปักกิ่งที่มีอายุย้อนไปกว่า
700,000 ถึง 200,000 ปีก่อน
ในปีเดียวกันยังพบเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน
และซากโบราณที่มีร่องรอยการใช้ไฟ
|
ช่วงญี่ปุ่นบุกจีนในปี
ค.ศ.1937 การขุดค้นยุติลงกลางคัน
และช่วงระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา (ปีค.ศ. 1941)
วัตถุโบราณที่ขุดพบทั้งหมดตั้งแต่ปีค.ศ.1927
เป็นต้นมาหายไป!
จีนเชื่อว่าถูกขนย้ายไปยังสหรัฐอเมริกา
น่าเศร้าที่ไม่สามารถสืบสวนตามกลับมาได้
|
|
นับตั้งแต่สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
(ปี ค.ศ.1949) จนถึงปัจจุบัน
แหล่งโบราณคดีโจวโข่วเตี้ยนได้รวบรวมกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่สมบูรณ์ไว้
6 หัว ชิ้นส่วนกระดูกส่วนหน้า 12 ชิ้น
กระดูกขากรรไกรล่าง 15 ชิ้น ซากฟอสซิลฟัน 157 ชิ้น
กระดูกส่วนตัว มือและเท้ารวม 10 กว่าชิ้น
ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์ทั้งเพศชายและหญิง
เด็กและคนชรา 40 กว่าร่าง
รวมถึงเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน กระดูกสัตว์
และเขาสัตว์ จำนวน 100,000 กว่าชิ้น
ซากฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ตลอดจนอนุรักษ์ร่องรอยการใช้ไฟในถ้ำมนุษย์ดึกดำบรรพ์บนภูเขา
ปัจจุบันโลกยอมรับมนุษย์ปักกิ่งที่โจวโข่วเตี้ยนว่าเป็นบรรทัดฐานของมนุษย์เดินตัวตรงที่สมบูรณ์ที่สุด
มีระบบที่สุด และทรงคุณค่าที่สุด
ข้อมูล
มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี ค.ศ.1987
ที่ตั้ง-
บนภูเขาหลงกู่ซันแห่งที่ราบภาคเหนือของจีน
ในตำบลโจวโข่วเตี้ยน เขตฝางซัน
ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง
48 กิโลเมตร
อายุ-
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ราว 700,000-200,000 ปีก่อน
ในยุคหินเก่าตอนต้น
อาณาเขต-
ถ้ำดึกดำบรรพ์มนุษย์ปักกิ่ง
มีความยาวจากทิศตะวันตกถึงทิศตะวันออก 140 เมตร
ความกว้างจากทิศเหนือมาใต้ราว 2.5-42 เมตร
ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง :
พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีโจวโข่วเตี้ยน
อยู่ห่างจากตัวเมืองกรุงปักกิ่งไปราว 1 ชม.
ทางรถยนต์สามารถโดยสารรถบัสสาย 917
จากสถานีขนส่งเทียนเฉียว(天桥汽车站)
ลงที่เขตฝางซัน(房山区) แล้วต่อรถโดยสารขนาดเล็ก ราคา
1 หยวนไปถึงพิพิธภัณฑ์
นอกจากนี้สามารถโดยสารรถไฟหมายเลขขบวน 537 และ
539 จากสถานีรถไฟปักกิ่งสายใต้
ขึ้นที่สถานีหย่งติ้งเหมิน(永定门站)
ลงที่โจวโข่วเตี้ยน
ราคาบัตรผ่านประตู : 20
หยวน มีบริการไกด์นำชมภายในพิพิธภัณฑ์ฯฟรี
!!
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง :
พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าเยียนตูยุคโจวตะวันตก(西周燕都遗址)
ราคาบัตร 15 หยวน ทะเลสาบชิงหลงหู(青龙湖) ราคาบัตร
15 หยวน วัดหยุนจีว์(云居寺) ราคาบัตร 30 หยวน |