| คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
|
|
|
 |
ผิงเหยา
เป็นเมืองเก่าที่มีอายุกว่า
2,700 ปี
ยังคงรักษาโครงสร้างบ้านเมืองแบบชาวฮั่นในสมัยหมิงและชิง(ราวค.ศ.
13681911)ไว้ได้อย่างสมบูรณ์
การวางผังเมืองได้รับการออกแบบอย่างเป็นระเบียบ
สิ่งปลูกสร้างภายในเมืองอย่าง
วัดวาอาราม
อาคารหอสูง
ถนน
บ้านเรือนราษฎร
ฯลฯ
ต่างสะท้อนให้เห็นถึงวิทยาการความรู้และวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ
เมืองเก่าผิงเหยาตั้งอยู่บนที่ราบไท่หยวนริมฝั่งแม่น้ำเฝินเหอ
ตอนกลางของมณฑลซันซีทางภาคเหนือของจีน
ห่างจากเมืองไท่หยวนเมืองเอกของมณฑลไปราว
90
กิโลเมตร
เคยเป็นศูนย์กลางตลาดทางการเงินของประเทศมาแต่เก่าก่อน
จนได้รับสมญานามว่าเป็น
ปักกิ่งน้อย
ที่มา
ตั้งแต่ยุคหินใหม่
ก็เริ่มมีผู้คนดำรงชีพอยู่ในดินแดนแถบนี้
กล่าวกันว่ากษัตริย์เหยา
ผู้ยิ่งใหญ่ของจีนสมัยดึกดำบรรพ์
ได้เคยปกครองดินแดนเถา(陶)มาก่อน
ขณะที่ผิงเหยา
เดิมเคยมีชื่อเรียกว่า
กู่เถาหรือผิงเถา(平陶)
ขณะที่มีการสร้างกำแพงเมืองครั้งแรกสมัยโจวเซวียนหวังแห่งราชวงค์โจวตะวันตก
เมื่อ
827 -782
ปี
ก่อนคริสตกาล
ล่วงเข้าสมัยชุนชิวจั้นกั๋วดินแดนแถบนี้อยู่ในเขตแคว้นจิ้น
ที่ต่อมากลายเป็นรัฐเจ้า
เมื่อฉินสื่อหวงหรือจิ๋นซีฮ่องเต้รวมแผ่นดินจีนเข้าด้วยกัน
ผิงเหยาก็กลายเป็นเขตอำเภอหนึ่งของจีนแต่นั้นมา
เมื่อถึงราชวงศ์วุ่ยเหนือ
เพื่อเลี่ยงไม่ให้ชื่อเมืองออกเสียงเช่นเดียวกับจากพระนามฮ่องเต้ทัวป๋าเถา
จึงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น
ผิงเหยาจวบจนปีหงอู่ที่
3
ในราชวงศ์หมิง
(ค.ศ.
1370)
ได้มีการบูรณะขยายเมืองครั้งใหญ่
ซึ่งทำให้โบราณสถานและบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันอยู่ในช่วงสมัยหมิงและชิง
ถือเป็นเมืองโบราณของชาวฮั่นที่ยังคงสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่งทีเดียว
ถึงแม้ว่าผิงเหยายังคงสถานภาพความเป็นเมืองระดับอำเภอมากว่า
2,700 ปี
แต่ในด้านเศรษฐกิจ
การเมืองและวัฒนธรรมก็มีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองสดใสในอดีต
ขุมคลังทางโบราณคดี
ผิงเหยาที่ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน
ย่อมจะกลายเป็นแหล่งสะสมทางโบราณคดีที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง
ปัจจุบันมีหน่วยงานรักษาโบราณวัตถุกว่า
300 แห่ง
ในจำนวนนี้
ที่มีความสำคัญระดับชาติ
3 แห่ง
ได้แก่
กำแพงเมืองเก่า
วัดเจิ้นกั๋ว
และวัดซวงหลิน
กำแพงเมืองเก่า
แรกสร้างขึ้นในสมัยโจวตะวันตก
(827
782
ปีก่อนคริสตศักราช)
ต่อมาในราชวงศ์หมิงปีหงอู่ที่
3(ค.ศ.
1370)
จึงได้มีการขยายแนวกำแพงดินออกไป
ซึ่งคงอยู่จวบจนทุกวันนี้
ความยาวโดยรอบ
6,200
เมตร สูง
6-10
เมตร
ส่วนยอดกำแพงกว้าง
3-6 เมตร
กำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยม
มีหอประตูเมือง
6 แห่ง
อันเป็นที่มาของคำเรียกขานว่า
เมืองเต่าโดยมีหอประตูเมืองทิศใต้เป็นหัวเต่า
ทิศเหนือเป็นหางเต่า
ทิศตะวันออกและตกมี
4 ประตู
เป็นขาทั้งสี่
โครงสร้างภายในเมืองผิงเหยายังจัดวางอย่างเป็นระเบียบแบบแผน
มีหอประจำเมืองรูปแปดเหลี่ยมเป็นจุดศูนย์กลาง
ถนนหมิงชิงตัดเป็นแนวเส้นเหนือใต้
แบ่งสิ่งปลูกสร้างโบราณออกเป็นสองฝั่ง
วัดประจำเมืองอยู่ทางซ้าย
ที่ทำการราชการอยู่ทางขวา
วัดราษฎร์อยู่ซ้าย
วัดหลวงอยู่ขวา
วัดเต๋าซ้าย
วัดพุทธขวา
แนวถนนสายตัดสานกันเป็นตาข่ายคล้ายลวดลายบนหลังเต่า
มีแนวถนนสายหลัก
4 สาย
ถนนรอง 8
สาย
กับตรอกซอยอีก
72 เส้น
ประกอบกันขึ้นเป็นสัญลักษณ์
ปากว้า
วัดพุทธเจิ้นกั๋ว
(镇国寺)สมัยห้าราชวงศ์-ราชวงศ์ชิง
เป็นหนึ่งในสามของสถานที่สำคัญภายในเมืองผิงเหยา
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง
แรกสร้างในราชวงศ์เป่ยฮั่น
สมัยห้าราชวงศ์
(ค.ศ.
963)
บูรณะครั้งใหญ่สมัยราชวงศ์หมิง
(ค.ศ.
1815)
ภายในแบ่งเป็นหน้าหลัง
2 ส่วน
ส่วนหลักของด้านหน้าคือวิหารหมื่นพุทธ
เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่เป็นอันดับ
3
ของประเทศจีน
ปัจจุบันมีอายุกว่า1,000
ปี
ภายในยังประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยถัง
14 องค์
ด้านหลังเป็นหอสามพุทธ
ประดิษฐานพระพุทธประธานทั้ง
3 องค์
ที่นี่ประดับด้วยภาพวาดฝาผนังพุทธประวัติจากสมัยราชวงศ์อันลือเลื่อง
วัดซวงหลิน(สมัยราชวงศ์หมิง)
วัดซวงหลิน
เป็นวัดพุทธ
เดิมชื่อ
วัดจงตูตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง
วัดซวงหลินได้ชื่อว่าเป็น
ขุมคลังรูปปั้นประติมากรแห่งตะวันออก
ภายในวัดมีรูปปั้นเทวรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กว่า
2,000
องค์
มีตั้งแต่ที่สูงใหญ่ขนาด
3-4 เมตร
จนถึงขนาดเล็กเพียงไม่กี่สิบมิลลิเมตร
ภายนอกวัดมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมคล้ายเป็นป้อม
ล้อมรอบด้วยกำแพงดิน
โดยมีวัดอยู่ศูนย์กลาง
ภายในมีทั้งภาพวาดฝาผนังเรื่องราวของพุทธประวัติ
รูปปั้นของ
18
อรหันต์ฯลฯ
ปัจจุบัน
สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญภายในเมืองผิงเหยากว่า
3,797
แห่ง
มีการรักษาอยู่ในสภาพสมบูรณ์
400
กว่าแห่ง
โดยมากเป็นสิ่งปลูกสร้างในสมัยหมิงและชิง
ที่มีโครงสร้างแบบ
4 องค์
เชื่อมต่อกันเป็น
2-3 ชุด
มีสวนหย่อมอยู่ภายใน
อาคารประดับประดาด้วยงานไม้แกะสลัก
หินสลัก
กระดาษตัด
ฯลฯ
บางแห่งมีลักษณะพิเศษของท้องถิ่นคือเป็นที่พักแบบถ้ำโพรงผสมผสานกับบ้านไม้หลังคากระเบื้อง
ซึ่งจะเย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว
บ้างยังเปิดเป็นที่พักสำหรับคนเดินทาง
ได้ลิ้มลองและสัมผัสความงดงามในชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้น
ศูนย์กลางตลาดค้าเงิน
ต้นแบบธุรกิจการธนาคาร
ในระหว่างช่วงกลางและปลายยุคศตวรรษที่
19
เมืองผิงเหยาถือเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางการเงินที่สุดเมืองหนึ่ง
เป็นศูนย์รวมของธุรกิจการค้าเงิน
การแลกเปลี่ยนเงินตรา
และเป็นที่ตั้งของหน่วยงานทางการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น
ถนนหมิงชิงในเมืองเล็กๆแห่งนี้ถึงกับได้ชื่อว่าเป็น
วอลสตรีทแห่งเอเชียในศตวรรษที่19
ได้ครอบคลุมธุรกรรมการเงินของประเทศจีนเอาไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ระหว่างช่วงเวลาร้อยกว่าปีที่ธุรกิจค้าเงินตรา
ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจจีนในยุคประชาธิปไตยสมัยใหม่อย่างมาก
ร้านแลกเงินยื่อเซิงชาง
(日升昌)
ช่วงต้นศตวรรษที่
18
คหบดีจากเมืองผิงเหยาและละแวกใกล้เคียง
ที่มีร้านค้าในเมืองปักกิ่ง
เมื่อถึงสิ้นปี
ต้องขนเงินส่งกลับบ้านเกิด
โดยใช้บริการสำนักคุ้มกันภัยหรือเปาเปียวในการขนส่งดังกล่าว
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ปลอดภัยนัก
เหลยหลี่ว์ไท่(雷履泰)ผู้จัดการร้านค้าสีแห่งร้านซีอี้ว์เฉิง
จึงได้ทำความตกลงกับพ่อค้ารายอื่นๆให้ส่งเงินผ่านร้านซีอวี้เฉิงในปักกิ่ง
จากนั้นสามารถไปรับเงินสดได้ที่ร้านซีอวี้เฉิงในผิงเหยา
เดิมทีกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปแต่ในเฉพาะกลุ่มญาติสนิทมิตรสหายเท่านั้น
ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ
ภายหลังมีกลุ่มพ่อค้าบ้านเดียวกันที่เห็นว่าวิธีการนี้สะดวกและปลอดภัยกว่าการขนเงินสด
จึงเสนอขอร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย
ต่อมาได้รับความนิยมมากขึ้นจึงเสนอให้มีการเก็บค่าใช้จ่ายขึ้น
วงเงินหมุนเวียนมากขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุดเหลยหลี่ว์ไท่จึงปรึกษากับเจ้าของร้านเปลี่ยนกิจการค้าสี
เป็นร้านยื่อเซิงชาง
ทำกิจการแลกเงิน
ร้านยื่อเซิงชาง
เป็นร้านแลกเงินแห่งแรกที่เปิดธุรกิจค้าเงินตราของจีนและยังเป็นกิจการที่ใหญ่โตที่สุดอีกด้วย
ตั้งอยู่บนถนนสายตะวันตก
เลขที่
38
ในช่วงเวลานั้น
ถนนสายนี้เป็นแหล่งรวมกิจการค้าเงินขนาดใหญ่
ถึงกับได้ชื่อว่าเป็น
ถนนเงินตราที่หนึ่งแห่งต้าชิง
ทั้งร้านยื่อเซิงชาง
ยังได้ชื่อว่าเป็นร้าน
แลกเงินทั่วราชอาณาจักร
โดยมีสาขากว่า
35
แห่งทั่วประเทศ
เงินหมุนเวียนถึง
1 ล้าน
38
ล้านชั่ง
ธุรกิจค้าเงินตราที่ปรากฏขึ้นทดแทนการขนส่งเงินตรานี้
ได้พลิกโฉมธุรกิจการเงินจีนในทศวรรษใหม่อย่างสิ้นเชิง
ปัจจุบัน
ร้านยื่อเซิงชาง
ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์การค้าเงินตราแห่งชาติ
เปิดให้ผู้ชมได้ศึกษาถึงประวัติความเป็นมาและลักษณะการดำเนินธุรกิจในยุคนั้น
ซึ่งเป็นร่องรอยและรากฐานการดำเนินกิจการธนาคารของจีนในยุคนี้
สถานที่ท่องเที่ยวภายในเมือง
ได้แก่
-
เมืองเก่าผิงเหยา
บัตรเข้าชม 120
หยวน
(บัตรชุด
สามารถเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
16 จุด)
-
กำแพงเมืองเก่า
สมัยราชวงศ์หมิง
(บัตรราคา
15 หยวน)
-
วัดพุทธเจิ้นกั๋ว
(镇国寺)สมัยห้าราชวงศ์-ราชวงศ์ชิง
(บัตรราคา
15 หยวน)
-
วัดซวงหลิน
(双林寺)สมัยราชวงศ์หมิง
(บัตรราคา
12 หยวน)
-
ร้านแลกเงินยื่อเซิงชาง
(日升昌)สมัยราชวงศ์ชิง
(บัตรราคา
10 หยวน)
-
หอประจำเมืองเก่า
ตั้งอยู่บนถนนสายใต้ของเมือง
และเป็นศูนย์กลางของเมืองผิงเหยา
เป็นหอไม้สมัยชิง
สูง 3
ชั้น
หลังคาประดับกระเบื้องสีเหลืองเขียวอย่างประณีต
เนื่องจากชั้นล่างของหอมีบ่อน้ำทองคำ
จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
หอบ่อทองคำ
เมื่อขึ้นถึงชั้นบนสามารถชมทิวทัศน์รอบเมือง
-
ถนนหมิงชิง
(明清一条街)
ตั้งอยู่บนถนนสายใต้ของเมือง
ตลอดเส้นทางเป็นบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างสมัยโบราณ
ถนนไม่กว้างนัก
สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้า
ของที่ระลึก
อาหาร
หรือแม้แต่สำนักคุ้มกันภัยที่เราท่านเคยเห็นกันในทีวี
-
วิหารใหญ่วัดเหวินเมี่ยว
(文庙)
ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง
พื้นที่
8,000
ตารางเมตร
มีวิหารใหญ่เป็นจุดศูนย์กลาง
ปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในปี
ค.ศ.
1163
มีอายุกว่า
800 ปี
มีการติดประดับกระจกเขียวบนเพดาน
-
ที่ทำการอำเภอ
(古县衙)
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง
มีพื้นที่กว่า
26,000
ตารางเมตร
ตั้งชิดกับแนวเส้นถนนสายหลักจากใต้ขึ้นเหนือ
ข้ามผ่านแนวถนนสามสาย
ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซม
ภายในมีทั้งส่วนว่าราชการและที่พักของเจ้าหน้าที่
(บัตรราคา
20 หยวน)
-
วัดเต๋าชิงซีว์กวน
(清虚观)
เป็นวัดเต๋า
ตั้งอยู่บนถนนสายตะวันออก
เดิมชื่อ
ไท่ผิงกวนแรกสร้างในระหว่างรัชสมัยถังเกาจงแห่งราชวงศ์ถัง
สิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยหยวนและหมิงเป็นหลัก
ภายในเก็บรักษาแผ่นหินสลักโบราณไว้มากมาย
ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง
ซ่ง จิน
หยวน
หมิงและชิง
ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองโบราณวัตถุของผิงเหยา
(บัตรราคา
10 หยวน)
ข้อมูล
มรดกโลกทางวัฒนธรรม
ปี ค.ศ.
1997
ที่ตั้ง
ที่ราบไท่หยวน
ริมฝั่งแม่น้ำเฝินเหอ
ตอนกลางของมณฑลซันซีทางภาคเหนือของจีน
ก่อสร้างครั้งแรก
สมัยราชวงค์โจวตะวันตก
(827
-782 ปี
ก่อนคริสตกาล)
อาณาเขต
พื้นที่กว่า
2.25
ตารางกิโลเมตร
ประชากรในพื้นที่
ราว
27,000
คน
ข้อมูลการเดินทางและที่พัก
การเดินทาง
เส้นทางจากไท่หยวนมายังผิงเหยา
สามารถโดยสารรถไฟหรือรถประจำทาง(ใช้เวลาประมาณ
2
ชั่วโมง)
มาลงที่สถานีผิงเหยาได้โดยตรง
การเดินทางภายในเมือง
เนื่องจากตัวเมืองเก่าผิงเหยามีพื้นที่ไม่ใหญ่โตนัก
โดยมากสามารถเดินทางด้วยเท้าไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ
นอกจากนี้
ภายในเมืองยังมีรถลากแบบเก่าเพื่อให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว
ที่พัก
ภายในเมืองมีที่พักไม่น้อย
อาจเลือกที่พักแบบเรือนหมู่แบบโบราณ
ลิ้มลองความเป็นอยู่ในแบบย้อนยุค
อากาศ
อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่
10.2
องศาเซลเซียส
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย
540
มิลลิเมตรต่อปี
โดยมากฝนตกชุกในฤดูร้อน
(เดือนกรกฎาคม
กันยายน)
อุณหภูมิในฤดูหนาวกับฤดูร้อนต่างกันมาก
ของดีเมืองผิงเหยา
สินค้าเลื่องชื่อของเมืองผิงเหยาได้แก่
เนื้อวัว
ผลิตภัณฑ์ประเภทหมี่
โดยเฉพาะผิงเหยาหวั่นทัว
ที่คิดค้นขึ้นโดยต่งเซวียนพ่อครัวในราชสำนักสมัยราชวงศ์ชิง
มีเส้นใส
กลิ่นหอม
ลื่นคอ
จะนำมาคลุกกับเครื่องเป็นหมี่เย็น
หรือนำไปผัดร้อนก็ได้
และงานหัตถกรรมเคลือบแลกเกอร์
สถานที่ท่องเที่ยวละแวกใกล้เคียง
-
หมู่ตึกโบราณ
บ้านคหบดีใหญ่
ใช้เวลาเดินทางด้วยรถประจำทางหรือรถไฟเพียง
1-2
ชม.ได้แก่
-
บ้านตระกูลหวัง(王)อำเภอหลิงสือ
(灵石县)ได้ชื่อว่าเป็น
หอศิลป์ประชาชนแห่งชาติขนาด
200
กว่าห้อง
บัตรราคา
45 หยวน
-
บ้านตระกูลเฉียว(乔)อำเภอฉี(祁县)สมัยชิง
ขนาด 300
กว่าห้อง
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง
ผู้หญิงคนที่
4
ชิงโคมแดง
บัตรราคา
40 หยวน
-
บ้านตระกูลฉีว์
(渠)อำเภอฉี(祁县)อาณาบริเวณ
5300
ตารางเมตร
สมัยชิง
เฉียนหลงฮ่องเต้
เคยได้สมญา
ฉีว์ครึ่งเมือง
ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมกลุ่มคหบดีจิ้นซาง
หรือคหบดีใหญ่ในแถบซันซีที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต
บัตรราคา
20 หยวน
-
บ้านตระกูลเฉา
(曹)อำเภอไท่กู่
(太谷县)ขนาด
270
กว่าห้อง
การวางผังของหมู่ตึกเป็นอักษรคำว่า
寿โซ่ว
ที่แปลว่าอายุวัฒนะ
หลอมรวมรูปแบบสถาปัตยกรรมเหนือใต้เข้าไว้ด้วยกัน
ทั้งยังดัดแปลงรูปแบบตะวันตกเข้ามาผสมผสานด้วย
บัตรราคา
20 หยวน
-
เขาเหมียนซัน(绵山)บนเขามีวัดพุทธเศียรมังกร
เก็บรักษาวัตถุโบราณตั้งแต่สมัยถังมากมาย
ข้อมูลจาก
ซินหัวเน็ต/ซีซีทีวี/เน็ตอีส163/พีเพิลเน็ต
ข้อมูลเพิ่มเติม
www.pytour.com/
www.pingyao.com.cn/
|
|
|