ชื่อเมืองชีว์ฟู่
เป็นที่จดจำของผู้คนด้วยค่าที่เป็นถิ่นกำเนิดของปรัชญาเมธีผู้โด่งดังนาม
ขงจื๊อ
เมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 5,000-6,000 ปี
กำเนิดแรกเริ่มเป็นเพียงอำเภอเล็กๆชื่อว่า 'หลู่'
(鲁县) เคยเป็นเมืองหลวงของรัฐหลู่ ในสมัยราชวงศ์โจว
(1066-256 ก่อนคริสต์ศักราช) ปีค.ศ.596
เปลี่ยนเป็นชื่อ 'ชีว์ฟู่' (曲阜) ซึ่งมีที่มาว่า
เป็นเมืองในรัฐหลู่ซึ่งมีเนินเขาที่วกวนคดเคี้ยวยาว
7-8 ลี้ มาถูกยกเป็นเมืองเมื่อปี 1986 นี้เอง
เมืองชีว์ฟู่ประกอบด้วยชนส่วนน้อยกว่า 15
กลุ่ม ที่สำคัญคือ ชาวหุย(มุสลิม) แมนจู มองโกล
แม้ว และชนส่วนน้อยเชื้อสายเกาหลีและรัสเซีย
อิทธิพลคำสอนของปรัชญาเมธีผู้โด่งดัง
ทำให้ชนชาวฮั่นที่มีกว่า 99 %
ในเมือง ยังคงรักษาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่หลากหลายเอาไว้
อาทิ พิธีกรรมด้านเกษตรกรรม
พิธีกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น แต่งงาน งานศพ
เป็นต้น
เมืองชีว์ฟู่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นแหล่งรำลึกถึงขงจื๊อ
เพราะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ ที่เรียกว่า
'สามข่ง'
สถานที่ที่ชาวจีนเรียกรวมกันว่า สามข่ง
ประกอบด้วย จวนตระกูลข่ง วัดขงจื๊อและสุสานขงจื๊อ
ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงปรัชญาเมธีนามระบือขงจื๊อ
บริเวณที่เป็นจวนตระกูลข่ง
เป็นที่พำนักของลูกหลานและทายาทรุ่นสืบๆมาของขงจื๊อ
ส่วนวัดขงจื๊อ
คือสถานที่ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อการสักการะบูชาขงจื๊อ
และบริเวณสุสานขงจื้อ
ก็เป็นที่ตั้งของสุสานของคนในตระกูลรุ่นต่างๆกว่าหลายศตวรรษ
ซึ่งมีจำนวนแสนกว่าหลุม
ปัจจุบันสถานที่ทั้งสามแห่งได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชีว์ฟู่
|
วัดขงจื๊อ
อยู่ภายในเมืองชีว์ฟู่ด้านประตูทิศใต้
สร้างขึ้น 478 ปีก่อนคริสตศักราช
เพื่อเป็นการรำลึกถึงขงจื๊อ
เดิมเป็นบ้านขงจื๊อซึ่งมีเพียงห้อง 3 ห้อง
ได้รับการบูรณะต่อเติมขึ้นใหม่ในยุคสมัยต่างๆ
จนปัจจุบันขยายเป็นกลุ่มสถาปัตยกรรม
ประกอบด้วยอาคารกว่า 100 หลัง
ภายในแยกออกเป็นห้องเล็กใหญ่ถึง 460 กว่าห้อง
รวมพื้นที่ 95,000 ตารางเมตร
ซึ่งมีขนาดใหญ่รองจากพระราชวังต้องห้ามของกรุงปักกิ่ง
นับเป็นแม่แบบของสถาปัตยกรรมวัดและศาลเจ้าขนาดใหญ่ในยุคโบราณของจีน
ภายในบริเวณวัดมีเรือนพักบริเวณด้านหน้าและหลังรวม
6 แถว
ก่อสร้างขึ้นตามตำแหน่งสมดุลและมีสัดส่วนเป็นกิจลักษณะ
|
|
|
เสาหินอ่อนมีหินแกะสลักมังกรพันรอบ |
|
 |
 |
สถาปัตยกรรมหลักที่เป็นศรีสง่าแห่งวัดขงจื๊อ
คือ ตำหนักต้าเฉิง
ซึ่งเป็นสถานที่จักรพรรดิในรัชสมัยต่างๆเสด็จมาสักการะขงจื๊อ
ที่เสาหินอ่อนด้านหน้ามีการตกแต่งด้วยหินแกะสลักมังกรบิน
แสดงท่วงท่าองอาจผงาดรอบเสา
เป็นงานฝีมือชั้นเยี่ยมที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
วัดขงจื๊อยังมีการเก็บรักษาโบราณวัตถุซึ่งเป็นภาพวาด
ภาพแกะสลัก ตลอดจนงานแกะสลักหินจำนวนมาก
ล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจแบบสังคมศักดินา
วัฒนธรรม และศิลปะศาสตร์ในยุคโบราณ
|
จวนตระกูลข่ง
ที่พำนักของลูกหลานตระกูลข่งแห่งนี้
เรียกอีกชื่อว่า จวนเหยี่ยนเซิ่งกง
ตั้งอยู่บนถนนตงหัวเหมินต้าเจีย
ทางด้านตะวันออกของวัดขงจื๊อ
เริ่มสร้างราวสมัยราชวงศ์ซ่ง (คริสศตวรรษที่
12-13) ต่อมาสมัยราชวงศ์หมิงปีหงอู่ที่ 10
(ค.ศ.1377)
สร้างสำเร็จจนอยู่ในสภาพที่เห็นในปัจจุบัน
จวนตระกูลข่งเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบคลาสสิคของจวนเจ้าผู้ครองที่ดินตระกูลสูงศักดิ์ในยุคศักดินา
มีเนื้อที่ทั้งสิ้นกว่า 70,000 ตารางเมตร
ประกอบด้วยห้องโถงและห้องเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆกัน
480 กว่าห้อง
โถงส่วนหน้าใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการ
ส่วนหลังใช้ประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ตกแต่งภายในด้วยศิลปะที่เป็นแบบฉบับของศาลาว่าการที่นิยมสร้างในยุคราชวงศ์หมิงและชิง
(คริสตศตวรรษที่ 14-19)
สถานที่แห่งนี้ยังเก็บรักษาเอกสารทางประวัติศาสตร์
เครื่องใช้และเสื้อผ้ายุคสมัยต่างๆ
รวมถึงโบราณวัตถุอันมีค่า
|
สุสานขงจื๊อหรือสวนขงจื๊อ
อยู่ห่างจากเมืองชีว์ฟู่ไปทางเหนือ 1
กิโลเมตร บนเนื้อที่กว่า 2
ตร.กม.นี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่ฝังศพของขงจื๊อและลูกหลานตระกูลข่งรุ่นต่างๆ
ตลอดระยะเวลากว่า 2,500 ปีที่ผ่านมา
ยังมีจารึกหน้าสุสานและหินสลักคำบันทึกของผู้มาเยือนสุสานแห่งนี้
ซึ่งเก็บรักษาไว้ตั้งแต่สมัยฮั่นรวมทั้งสิ้น
5,000 กว่าแท่น
บริเวณสุสานมีการปลูกไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเขียวขจี
โอบล้อมสี่ทิศด้วยกำแพงก่ออิฐยาว 7 กิโลเมตร
สุสานขงจื๊อเป็นสุสานประจำตระกูลที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ที่สุด
และได้รับการอนุรักษ์ดูแลอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย
เมื่อสถานที่ทั้งสามแห่ง
ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่
12 ของจีน ในปี 1994
ยิ่งเพิ่มคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้กับเมืองเล็กๆในมณฑลซันตงแห่งนี้เช่นกัน
และทุกปีจะมีการจัดกิจกรรมรำลึกขงจื๊อ
ที่ปัจจุบันกลายเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ
หลังจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน
ยอมรับให้เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาติ ในปี 1989
|
ขงจื๊อ (551-419
ปีก่อนคริสตศักราช) ปรัชญาเมธี
นักการศึกษาและนักการเมือง
ผู้ซึ่งมีส่วนชี้นำทิศทางการพัฒนาของบ้านเมืองในยุคชุนชิว
สร้างคุณูปการโดดเด่นที่สุดในด้านการวางรากฐานการศึกษา
โดยสร้างโรงเรียนเพื่อสามัญชนเป็นแห่งแรก
แนวคิดของสำนักปรัชญาขงจื๊อที่เรียกว่า
หยู่เจียเสียว์(儒家学)ซึ่งเป็นความคิดแนวอนุรักษ์นิยมตามแบบสังคมศักดินา
ว่าด้วยการปกครองโดยหลักเมตตาธรรม
ที่มีอิทธิพลต่อสังคมจีนอย่างมาก
ทั้งยังแผ่ขยายไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ
เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น และเวียดนาม แม้จะลาโลกไป
2,400 กว่าปีแล้วก็ตาม
แต่ความคิดและคำสอนหลายประการของขงจื๊อก็ได้กลายเป็นมรดกสืบทอดต่อกันมา
จนหลอมละลายอยู่ในประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวจีนมาจนปัจจุบัน
ข้อมูล
จวนตระกูลข่ง วัดขงจื๊อ
สุสานขงจื๊อ มรดกโลกทางวัฒนธรรม
ปีค.ศ.1994
ที่ตั้ง- เมืองชีว์ฟู่
มณฑลซันตง
อาณาเขต-รวมพื้นที่ทั้งสิ้นราว 2.3 ตร.กม.
ประกอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมโบราณกว่า 1,000 หลัง
ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง :
จากกรุงปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้สามารถเดินทางสู่เมืองจี่หนัน
เมืองเอกของมณฑลซันตง โดยเครื่องบินหรือรถไฟ
และต่อรถไปเมืองชีว์ฟู่ ซึ่งอยู่ห่างไป 150
กิโลเมตร เดินทางโดยรถไฟหรือรถยนต์
รถแท็กซี่ในเมืองราคา 7 หยวน รถตู้ 5 หยวน
รถสามล้อ 2 หยวน
จวนตระกูลข่งและวัดขงจื๊อตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ใกล้กับประตูเมืองเก่า(鼓楼)และโรงแรมชีว์ฟู่ปิงก่วน
ส่วนสวนขงจื๊อ
ออกนอกเมืองไปทางเหนือ ตามถนนกู่โหลวเจีย(鼓楼街)
ราคาบัตรผ่านประตู :
จวนตระกูลข่ง ราคาบัตร 30 หยวน วัดขงจื๊อ 40 หยวน
สวนขงจื๊อ 20 หยวน
แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง :
สวนศิลาจารึกคำสอนขงจื๊อราคาบัตรเข้าชม 15 หยวน
วัดโจวกงเมี่ยว(周公庙) 5 หยวน
ห่างจากจวนตระกูลข่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ
วัดเหยียนเมี่ยว(颜庙) 5 หยวน อยู่ภายในตัวเมือง
ตรงข้ามจวนตระกูลข่ง
ของดีเมืองชีว์ฟู่ :
เทศกาลนานาชาติวัฒนธรรมขงจื๊อ
เดิมเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นตามประเพณี
เนื่องในวันเกิดของขงจื๊อ ต่อมาในปี ค.ศ.1989
ได้จัดเอิกเกริก
และยกย่องเป็นเทศกาลนานาชาติยิ่งใหญ่ระดับประเทศ
ภายในงานจะมีการแสดงดนตรีและระบำโบราณ
เพื่อเซ่นไหว้ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขงจื๊อ
และเปิดให้ชมโบราณสถานที่เป็นแหล่งกำเนิดแนวคิดอมตะของขงจื๊อ
รวมถึงการจัดกิจกรรมด้านศิลปะวรรณกรรมต่างๆ
เพื่อรำลึกถึงผลงานและคำสอนของขงจื๊อ
เทศกาลวัฒนธรรมขงจื๊อจัดขึ้นทุกปี
ปลายเดือนกันยายน ที่เมืองชีว์ฟู่
สำรับอาหารจวนตระกูลข่ง
สำรับอาหารจวนตระกูลข่ง
เป็นสำรับอาหารที่จวนตระกูลข่งที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะในโอกาสรับรองแขกของตระกูล และสำหรับรับประทานในเทศกาลสำคัญต่างๆ
ในสมัยโบราณ มีวิวัฒนาการมายาวนาน
ด้วยศิลปะการปรุงแต่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน แบ่งเป็นหลายระดับชั้น
หลายสำรับ นับตั้งแต่
สำรับถวายฮ่องเต้ สำรับเฉพาะงานเทศกาล
สำรับสำหรับพิธีเซ่นไหว้
สำรับงานเลี้ยงพิธีแต่งงาน วันครบรอบวันเกิด ฯลฯ
ปัจจุบันกลายเป็นสำรับอาหารขึ้นชื่อ
ที่พัฒนามาเป็นของดีเมืองชีว์ฟู่
มีชื่อเรียกเมนูวิจิตรพิสดาร อาทิ
แปดเซียนข้ามทะเลถล่มอรหันต์(八仙过海闹罗汉)
เป็ดเทวดา (神仙鸭子) เมฆดำขับเงาจันทร์ (乌云托月) ฯลฯ
ชมภาพเต็มอิ่มได้ที่
: http://www.rmhb.com.cn/chpic/htdocs/sjyc/H_KM.HTM
|