เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนท่องเที่ยว ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์มาเก๊า ทัวร์สิงคโปร์ ทัวร์เวียดนาม ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น แพ็คเกจทัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า ข้อมูลมรดกโลกจีนหยุนหนาน



 โปรโมทเว็บฟรี



 
Google
 
แดนน้ำลี้ลับแห่งลำน้ำ 3 สาย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2547 18:29 น.

 

 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
จากซ้าย – แม่น้ำหลันชางเจียง นู่เจียง และจินซาเจียง

 
ทิวทัศน์ในแดนน้ำสามสายอันเลื่องชื่อ

 
ทิวทัศน์ในฤดูหนาว

 
ดอกงิ้วบาน

 
ภาพชีวิตของชนพื้นเมืองบริเวณแดนน้ำสามสาย เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของมณฑลหยุนหนันไปแล้ว

 
ยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม ฮาปาซัน

 
ริมฝั่งน้ำนู่เจียง

 
สระสวรรค์ ''เทียนฉือ'' หนึ่งในทิวทัศน์ในอาณาบริเวณแดนน้ำสามสาย

 
ยอดเขาปกคุลมด้วยหิมะในบริเวณแดนน้ำสามสาย แหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร

 
ภาพบน-ทะเลสาบในแม่น้ำนู่เจียงกลายเป็นน้ำแข็งช่วงฤดูหนาว ล่าง-ทะเลสาบหลูกูหู

 
วัดเฟยไหล(飞来寺) บนยอดเขาเหมยหลี่ซัน

 
ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 16 ปีก่อนในยุคปี 80 ของศตวรรษก่อน เจ้าหน้าที่ขององค์การยูเนสโกได้ค้นพบ ‘แดนน้ำ 3 สาย’ เข้าโดยบังเอิญ ขณะพิจารณาดูแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมของพื้นดินแถบซีกโลกเหนือ จึงรีบติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำมณฑลซื่อชวน(เสฉวน) เพื่อให้จัดการดำเนินเรื่องเสนอชื่อเข้าเป็นมรดกโลก
       
       แต่แล้วเขาถึงก็ต้องตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง เมื่อพบว่า แดนธรรมชาติงดงามอันน่าอัศจรรย์ที่โอบล้อมด้วยขุนเขา 4 ลูก(เทือกเขาลี่ข่าซัน เกาหลีก่งซัน นู่ซัน และหยุนหลิ่ง) และมีแม่น้ำใหญ่ 3 สายไหลผ่านแห่งนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่ที่มณฑลซื่อชวนแต่กลับอยู่ในแดนลี้ลับแห่งมณฑลหยุนหนัน
แดนน้ำ 3 สาย สมญานามที่เกิดจากการไหลผ่านของแม่น้ำสายใหญ่ถึง 3 สาย ได้แก่
       
       ‘นู่เจียง’ นับเป็นแม่น้ำสากลสายสำคัญอีกเส้นหนึ่ง ที่มีจุดกำเนิดจากเทือกเขาสูงทางตอนเหนือของเขตปกครองตนเองทิเบต โดยตอนต้นน้ำมีชื่อเรียกว่า ซังชีว์ ไหลลงทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วเปลี่ยนทิศทางเป็นตะวันออกเฉียงใต้ในชื่อว่า น่าชีว์
       
       ต่อมาจึงไหลมุ่งสู่ทิศตะวันออก และกลายเป็นแม่น้ำนู่เจียงที่มีทิศทางมุ่งลงสู่ตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่มณฑลหยุนหนัน และไหลลงทางใต้ไปเรื่อยๆ จนผ่านเข้าประเทศพม่าที่รู้จักกันในนามว่า ‘แม่น้ำสาละวิน’ ซึ่งไหลออกสู่ทะเลอันดามันที่เมืองมะละแหม่ง
‘หลันชางเจียง’ จัดเป็นแม่น้ำสายใหญ่อันดับห้าของจีน ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเชิงเขาลูกหนึ่งของเทือกเขาถังกู่ลาซันบนที่ราบสูงทิเบตในมณฑลชิงไห่ โดยมีชื่อเรียกแหล่งน้ำตอนต้นนี้ว่า จาชีว์ ไหลจากตะวันตกเฉียงเหนือสู่ตะวันออกเฉียงใต้ และภายหลังผ่านชางตู เมืองทางด้านตะวันออกของเขตปกครองตนเองทิเบต จึงเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ‘แม่น้ำหลันชางเจียง’
       

       จากนั้นไหลเรื่อยผ่านเข้าสู่มณฑลหยุนหนัน และต่อเนื่องลงสู่ดินแดนตอนใต้กลายเป็น ‘แม่น้ำโขง’ แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านดินแดนต่างๆอีก 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว ไทย กัมพูชา แล้วจึงไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม
       
       ‘จินซาเจียง’ ต้นกำเนิดของ ‘แม่น้ำฉางเจียง’ หรือแยงซีเกียง ที่เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดของจีน โดยไหลผ่านลงมาตามเส้นเขตแดนของมณฑลซื่อชวนและเขตปกครองตนเองทิเบต เรื่อยลงสู่มณฑลหยุนหนัน(ยูนนาน) แล้ววกย้อนขึ้นเหนือที่เขตสือกู่ อำเภอลี่เจียง
       
       ต่อมาไหลคดเคี้ยวมุ่งสู่ตะวันออกจนบรรจบกับแม่น้ำหมินเจียงในมณฑลซื่อชวน กลายเป็นแม่น้ำฉางเจียง ซึ่งไหลออกสู่ทะเลจีนตะวันออกที่นครเซี่ยงไฮ้
       
       และแม้ว่าในตอนต้นของแม่น้ำสายใหญ่ทั้ง 3 สายนี้ จะเป็นสายน้ำเล็กๆที่ไหลคดเคี้ยวไปมาเท่านั้น ต่อเมื่อไหลผ่านไปตามเทือกเขาต่างๆ ก็เพิ่มความเชี่ยวกรากและแรงกัดเซาะมากขึ้นเรื่อยๆ
       
       มากถึงขนาดทำให้พื้นที่ในแดนน้ำ 3 สายทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหยุนหนันนี้ อุดมไปด้วยช่องเขาและหุบเขาที่มีความลึกและสูงชัน ซึ่งโดยทั่วไปมีความลึกราว 2,000 - 4,000 เมตร ก่อเกิดทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา
       
       อีกทั้งยังเป็นดินแดนที่อุดมด้วยพืชไม้นานาพันธุ์กว่า 6,000 ชนิด และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอีกกว่า 700 ชนิด (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 173 ชนิด นก 417 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 59 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 36 ชนิด ปลาน้ำจืด 76 ชนิด จำพวกผีเสื้อและแมลง 31 ชนิด)
       
       ขณะเดียวกันก็เป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยกว่า 8 แสนคนจาก 16 ชนชาติ จึงกลายเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางภาษา ประเพณีวัฒนธรรม และความเชื่อต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว
แดนน้ำ 3 สาย ต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้ใฝ่หาความงามแห่งธรรมชาติและขุนเขา ด้วย 8 เขตใหญ่ๆ ดังนี้
       

       1) เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเขาเกาหลีก่งซัน – แหล่งรวมพืชพรรณนานาชนิดที่มีสภาพอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในเอเชียตะวันออก และจัดเป็นสถานที่เที่ยวชมความงามแถบลุ่มน้ำนู่เจียงที่สวยที่สุด
2) เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเขาเหมยหลี่ซัน - มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ยอดเขาสูง 6,740 เมตร ณ วันนี้ยังไร้ผู้พิชิต เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เลวร้าย นอกจากนี้ยังเป็นแบบฉบับความงามของหุบเขาแถบลุ่มน้ำหลันชางเจียง
3) เทือกเขาฮาปาซัน – แบบฉบับความงามอันวิจิตรจากการไหลผ่านทิวเขาที่ทอดตัวยาวเหยียดของลุ่มน้ำจินซาเจียง และถูกยกย่องให้เป็นแหล่งค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติยุคน้ำแข็งแหล่งใหญ่ โดยมีการค้นพบร่องรอยธารน้ำแข็งเก่าและใหม่ บนยอดเขาสูง 5,396 เมตรจากระดับน้ำทะเล
4) เขาเชียนหู - อุดมด้วยทะเลสาบใหญ่น้อยกว่าร้อยแห่ง ถือเป็นแหล่งชุ่มชื่นแถบที่ราบสูงลุ่มน้ำจินซาเจียง ที่มีความสมบูรณ์ในเชิงระบบนิเวศวิทยาอีกแห่งหนึ่งภายในอาณาบริเวณแดนน้ำ 3 สาย
5) เขาหงซัน – หนึ่งในพื้นที่ร่มรื่นที่มีความสมดุลตามระบบนิเวศในแถบลุ่มน้ำจินซาเจียง งามด้วยความหลากหลายทางภูมิประเทศ ทั้งแบบที่ราบสูง ที่ราบลุ่ม ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และมีร่องรอยของธารน้ำแข็งเก่า
6) ทิวเขาหยุนหลิ่ง - มีสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ที่สำคัญอย่าง ‘ลิงขนทอง’ เป็นตัวแทนสัตว์ป่าในความคุ้มครองทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้
       
       ซึ่งจากผลการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า มีลิงขนทองอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 4 กลุ่ม คิดเป็น 1 ใน 10 จากจำนวนทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันคือ 1,500-2,000 ตัว และมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งสิ้น 28 ชนิด โดยพื้นที่ในแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ มีพืชคลุมดินเป็นอัตราส่วนถึง 76%
7) เขาเหล่าจวิน – เป็นพื้นที่บริเวณตอนปลายแม่น้ำจินซาเจียงของแดนน้ำ 3 สาย ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,200 เมตรขึ้นไปนั้น อุดมไปด้วยสวนป่าต้นนกแขกเต้ากว่า 100 ชนิด นับเป็นเขตที่มีความหลากหลายของพืชชนิดนี้มากที่สุดในแถบลุ่มน้ำจินซาเจียง เกิดเป็นภาพสวนสวรรค์ที่งดงามหาชมได้ยากยิ่ง
8) เขาเหล่าวอ – อาณาบริเวณตอนปลายแม่น้ำหลันชางเจียงของแดนน้ำ 3 สาย นับเป็นเขตที่ช่วยเสริมการชื่นชมทัศนียภาพความงามตามธรรมชาติในรูปแบบต่างๆได้อย่างดี เนื่องจากการให้ความสำคัญเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติทั้งทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และสวนดอกไม้ป่า
ข้อมูล
       
มรดกโลกทางธรรมชาติ ปี ค.ศ. 2003 จัดเป็นมรดกโลกลำดับที่ 29 ของประเทศจีน
       
       ที่ตั้งและอาณาเขต ณ เมืองลี่เจียง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหยุนหนัน ระหว่างเส้นลองติจูด 98องศา ถึง 100 องศา 30 ลิปดาตะวันออก และเส้นละติจูด 25 องศา 30 ลิปดา ถึง 29 องศาเหนือ
       
       นับเป็นพื้นที่กว่า 41,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีแม่น้ำ 3 สายใหญ่ ไหลผ่านคิดเป็นระยะทางจากเหนือลงใต้ยาวกว่า 170 กิโลเมตร ซึ่งระยะชิดใกล้กันที่สุดของทั้ง 3 สายนั้น วัดได้ห่างกันเพียง 66 กิโลเมตร แต่กลับมีปลายทางแยกไหลออกสู่ทะเลไกลห่างกันถึง 3,000 กิโลเมตร แดนน้ำ3สายนี้ จึงนับเป็นแดนมหัศจรรย์มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก.
       
       ข้อมูลเดินทาง
       

       เดินทาง - แดนน้ำสามสาย อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงาม ที่มีชื่อเสียงของเมืองเซียงเกอหลี่ลา(แชงกรีล่า 香格里拉) มณฑลหยุนหนัน เมืองใน 'เส้นทางขี่ม้าค้าใบชา' (茶马古道)ในสมัยโบราณ (หรือเส้นทางสายแพรไหมตอนใต้) ยังมีทิวทัศน์ใกล้เคียงกับทิวเขายอดหิมะในแถบเขตปกครองตนเองทิเบต เพราะมีชายแดนติดต่อกัน

       
       นักเดินทางมักเลือกเดินทางโดยรถยนต์จากเมืองลี่เจียง (丽江 -ราว 200 กม.) เต๋อชิน (德钦 -ราว 145 กม.) ต้าหลี่ (大理 -ราว 300 กม.) หรือคุนหมิง (昆明 -ราว 635กม.) ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นวันๆ  

       
       เมืองแชงกรีล่ามีสนามบินภายในประเทศ ซึ่งห่างจากตัวเมืองเพียง 6 กม. แต่โดยทั่วไปมีเครื่องลงน้อย ส่วนใหญ่บินจากเมืองคุนหมิง 

       
       แดนน้ำสามสายเป็นเขตทิวทัศน์ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่มาก และมีจุดชมความงามหลายแห่ง จำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางและท่องเที่ยวอย่างน้อย 3 วัน ซึ่งสามารถใช้บริการทัวร์ท้องถิ่น 3-4 วัน 

       
       อุณหภูมิ -
อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 5.1 องศาเซลเซียส เดือนมกราคมอุณหภูมิเฉลี่ย -4.1 องศาฯ เดือนกรกฎาคมอุณหภูมิเฉลี่ย 13.2 องศาฯ ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด.  
       

       
       ยูเนสโกรับรอง'แดนน้ำ 3 สาย'แห่งหยุนหนันเป็นมรดกโลก
       หยุนหนันดัน'แดนน้ำ 3 สาย'เป็นมรดกโลก

 
 

      



 สถิติวันนี้ 6 คน
 สถิติเมื่อวาน 439 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
8285 คน
49237 คน
52132 คน
เริ่มเมื่อ 2008-03-1

  

 


Produce & Service by  Aiweb