เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนท่องเที่ยว ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์มาเก๊า ทัวร์สิงคโปร์ ทัวร์เวียดนาม ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น แพ็คเกจทัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า ข้อมูลมรดกโลกจีนสุสานหมิง_ชิง



 โปรโมทเว็บฟรี



 
Google
 
สุสานกษัตริย์ราชวงศ์หมิงและชิง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤศจิกายน 2546 12:48 น.
หินแกะสลักรูปช้าง สิงห์ ม้า อูฐ และอื่นๆรวม 6 ชนิด ชนิดละ 2 คู่ (ลักษณะหมอบ 1 คู่ และยืน 1 คู่) โดยตั้งเรียงรายประดับ 2 ข้างทางตลอดเส้น‘ทางเดินแห่งเทพ’ ที่มุ่งสู่ตัวสุสาน
       “ทำเลที่ตั้งของสุสานบรรพบุรุษ... สามารถกุมชะตาชีวิตของลูกหลานได้ฉันใด
       สุสานของกษัตริย์ผู้ครองประเทศ... ย่อมส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพสกนิกรในชาติได้ฉันนั้น”

       
       จากคำกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและพิถีพิถันในการเฟ้นหาชัยภูมิทอง เพื่อการสร้างสุสาน ที่พำนักแห่งสุดท้ายหลังการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ ตามประเพณีความเชื่อเรื่อง‘ฮวงจุ้ย’ ที่ยึดถือสืบต่อกันมาของชาวจีน
       
       โดยเฉพาะในยุคสมัยแห่งราชวงศ์หมิงและชิง(ค.ศ.1368-1911) ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องฮวงจุ้ยมากเป็นพิเศษ จนกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองแห่งศิลปะการก่อสร้างสุสาน โดยมีปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง-ฮ่องเต้จูหยวนจาง เป็นผู้ปฏิรูปข้อบังคับกฎระเบียบในการสร้างสุสานขึ้นใหม่ อาทิ การเปลี่ยนรูปแบบกองดินคลุมหลุมสุสานจากสี่เหลี่ยมเป็นวงกลมหรือวงรี ยกเลิกการสร้างห้องสุสานภายในหลุมสุสานใหญ่ เปลี่ยนมาให้ความสำคัญในการก่อสร้างตำหนักประกอบพิธีเซ่นไหว้ขึ้นแทน
       
       ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง ก็ยึดหลักเกณฑ์ตามแบบฉบับของหมิง โดยเพิ่มเติมในเรื่องของการสร้างสวนภายในให้สอดคล้องกับธรรมชาติโดยรอบ รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องการจัดลำดับตามศักดิ์อาวุโส อีกทั้งเกิดรูปแบบการฝังพระศพฮ่องเต้ ฮองเฮา นางสนมรวมไว้ในสุสานเดียวกัน และสร้างตำหนักประกอบพิธีเซ่นไหว้ให้มีความสอดคล้องสมบูรณ์มากขึ้นด้วย

 
       โดยปกติแล้ว สถานที่ตั้งของสุสานกษัตริย์จีนนี้ จะยึดหลักใกล้เมืองหลวงเป็นสำคัญ นับแต่ราชวงศ์โจวตะวันตก ฉิน ฮั่น เรื่อยมาถึงราชวงศ์สุย และถัง ส่วนใหญ่ล้วนสร้างสุสานอยู่ใกล้เมืองฉางอัน(เมืองซีอันในปัจจุบัน)เมืองหลวงในยุคนั้นทั้งสิ้น และต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน หมิง และชิง ก็ได้สร้างสุสานใกล้กรุงปักกิ่งเมืองหลวงเช่นเดียวกัน
       
       การสร้างสุสานกษัตริย์ของชาวจีน นับเป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาติ โดยนิยมแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนบนดิน และใต้ดิน ซึ่งจะยึดหลักฮวงจุ้ยที่ว่า ต้องมีพลังหยินหยางเกื้อกูลค้ำจุนกัน คือ ‘หลังอิงขุนเขา หันหน้าสู่น้ำ’
       

       ภายหลังการเสด็จขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้เฉิงจู่(จูตี้) – กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิงในปีค.ศ. 1403(รัชสมัยหย่งเล่อที่1) ทรงมีพระราชดำริในการย้ายเมืองหลวงจากหนันจิงไปยังปักกิ่ง ซึ่งต่อมาในรัชสมัยหย่งเล่อปีที่ 5 (ค.ศ.1407) เมื่อฮองเฮาเสด็จสวรรคต พระองค์ก็ไม่โปรดจะสร้างสุสานที่เมืองหนันจิง
       
       โดยมีรับสั่งให้ราชเลขาธิการฝ่ายพิธีการ และผู้ชำนาญศาสตร์ฮวงจุ้ย พร้อมผู้ติดตามเดินทางมุ่งสู่นครปักกิ่ง เพื่อเสาะแสวงหาทำเลทองในการก่อสร้างสุสานแทน ซึ่งก่อนหน้าจะพบสถานที่ที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยดังต้องการ ก็ได้พบเจอสถานที่เข้าตาอยู่หลายแห่ง แต่ต้องล้มเลิกความคิดไป
       
       นอกจากที่ตั้งแล้ว เจ้าหน้าที่เฟ้นหาทำเลจำต้องพิจารณาคุณสมบัติต่างๆของสถานที่ที่จะสร้างสุสาน อาทิ นามเมือง ซึ่งข้อนี้มีข้อจำกัดอย่างมาก สถานที่บางแห่งไม่ได้รับเลือก เนื่องจากความไม่เหมาะสมของชื่อสถานที่ ทั้งเรื่องความหมายไม่ดี ชื่อเรียกไม่เป็นมงคล เช่น
       
       มีหมู่บ้านหนึ่งประกอบอาชีพเป็นโรงฆ่าสัตว์ แม้นตัวสถานที่จะมีความเหมาะสมมากแค่ไหนก็ต้องเมินผ่านไป เพราะแซ่ของฮ่องเต้คือ ‘จู’ ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำที่แปลว่า ‘หมู’ ในภาษาจีน เมื่อเข้ามาถึงโรงฆ่าสัตว์หมูทุกตัวต้องถูกเชือดให้ตาย จึงไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง
       หรือแม้แต่ข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ บางแห่งมีทิวทัศน์สวยงาม แต่ภูมิประเทศมีลักษณะแคบลึก เชื่อว่าไม่ดี ลูกหลานผู้สืบสกุลจะไม่มีความเจริญก้าวหน้า เป็นต้น
       
       จวบย่างเข้ารัชสมัยหย่งเล่อที่ 7 หรือสองปีต่อมา ขุนนางเลี่ยวจวิน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ ฟันธงให้อำเภอชางผิง ทางทิศตะวันตกของปักกิ่ง เป็นที่ก่อสร้างสุสาน ซึ่งก็คือ สุสาน 13 กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง ที่ปรากฏให้เห็นความยิ่งใหญ่สวยงามอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

 
       ศิลาจารึกสูง 8.78 เมตร ณ สุสานหมิงเสี้ยว ที่ฮ่องเต้หมิงเฉิงจู่ แห่งรัชสมัยหย่งเล่อ ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติฮ่องเต้หมิงไท่จู่ผู้พ่อ ด้วยการสลักคำสรรเสริญไว้ถึง 2,746 ตัวอักษร.

 
       สุสานกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) มีด้วยกันทั้งสิ้น 18 หลุม ดังนั้นนอกจากสุสาน 13 กษัตริย์ข้างต้นยังมี สุสานหมิงเสี้ยว ที่ได้รับการรับรองเข้าเป็นมรดกโลกพร้อมกันในปีค.ศ.2003 ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสุสานแห่งนี้
       
       และที่เป็นปริศนาให้ต้องขบคิดแบบหาบทสรุปออกมาไม่ได้จวบจนปัจจุบันก็มีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ข้อสงสัยที่ว่า สุสานที่บรรจุพระศพองค์ฮ่องเต้หมิงไท่จู่(จูหยวนจาง) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง(ครองราชย์ค.ศ.1368-1399)นั้น อยู่ที่ใดกันแน่ เนื่องจากมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาว่า
       
       กษัตริย์จูหยวนจาง ทรงเกรงว่าจะมีผู้ใดเข้าไปบุกรุกและทำลายสุสานของพระองค์ในภายหลัง จึงให้สร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นเป็นกลลวง ส่วนพระศพจริงนั้นกลับให้ฝังไว้ ณ ที่อื่น แต่ทางนักโบราณคดีกลับออกมาชี้แจงและยืนยันว่า พระศพของพระองค์นั้นอยู่ที่สุสานหมิงเสี้ยวนี้แน่นอน แต่จะอยู่ส่วนใดในเขตสุสานนี้นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้
       

       สำหรับเส้นทางเดินทอดยาวสู่ตัวสุสานหมิงเสี้ยวนั้น มีข้อสันนิษฐานแตกแยกไปมากมายว่า เพราะเหตุใดต้องสร้างเป็นแบบคดเคี้ยววกไปวนมาต่างจากสุสานอื่นที่เป็นทางตรง บ้างว่าตั้งใจสร้างให้เหมือนกับรูปกลุ่มดาวไถที่เรียงกันเจ็ดดวง บ้างว่าเหตุเพราะแบ่งการก่อสร้างออกเป็นสองตอน

 
       สุสานหมิงเสี่ยน ซึ่งฮ่องเต้หมิงซื่อจง(ครองราชย์ ค.ศ.1522-1567) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังรวมพระศพพระบิดาและพระมารดาของพระองค์ แม้นว่าท่านจะไม่ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เลยแม้แต่วันเดียว แต่พระองค์มีพระประสงค์ที่จะเทิดพระเกียรติ โดยสร้างสุสานให้ยิ่งใหญ่ ครบเครื่องเทียบเท่ากับกษัตริย์พระองค์หนึ่ง
       
       สุสานหมิงเสี่ยน นอกจากจะมีการออกแบบที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ และสวยงามผสมผสานกันได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวของสิ่งปลูกสร้างบนดินแล้วนั้น รายละเอียดในด้านความประณีตและวิจิตรของลวดลายตามแบบฉบับศิลปะการแกะสลักหินสมัยราชวงศ์หมิงในรูปแบบต่างๆ ก็มีให้ได้ยลด้วยเช่นกัน

 
       สุสานชิงตะวันออก
       เมื่อการเสด็จขึ้นครองราชย์ ณ กรุงปักกิ่งของฮ่องเต้ชิงซื่อจู่ แห่งรัชสมัยซุ่นจื้อที่ 1 (ค.ศ. 1644)ผ่านพ้นแล้ว สมเด็จพระชนนีและพระปิตุลาของพระองค์ได้ส่งคนออกค้นหาสถานที่สร้างสุสานไปทั่วทุกสารทิศ เมื่อมีผู้กลับมารายงานการค้นพบแผ่นดินทองทางทิศตะวันออกของเมือง พระองค์จึงมีพระประสงค์ที่จะเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยองค์เอง
       
       ครั้นถึงสถานที่ดังกล่าวก็ทรงประจักษ์ว่า ผืนดินด้านใต้นั้นราบเรียบดั่งผืนพรม ด้านเหนือยังเป็นทิวเขาสูงเทียมเมฆ เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ทิวทัศน์โดยรอบงดงามราวกับแดนสวรรค์ ฮ่องเต้ซื่อจู่ทรงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับตรัสกับเหล่าขุนนางผู้ติดตามครั้งนั้นว่า “ผืนดินแห่งนี้ มีเพื่อเราโดยแท้” และทรงถอดแหวนหยกขาวที่สวมติดอยู่ โยนออกไปพร้อมกับรับสั่งต่อว่า “แหวนตก ณ ที่ใด จงสร้างสุสาน ณ ที่นั้น”
       
       คณะผู้ติดตามจึงออกค้นหาและตอกเสาเป็นสัญลักษณ์ไว้ ภายหลังจึงสร้างสุสานเสี้ยวหลิง สุสานแห่งแรกของชิงตะวันออกถวายตามพระประสงค์แห่งพระองค์

 
       เหตุที่สุสานกษัตริย์ราชวงศ์ชิงต้องแบ่งเป็น 2 แห่ง ก็มีเรื่องเล่าว่า เนื่องจากฮ่องเต้ซื่อจงแห่งรัชสมัยยงเจิ้ง ทรงแปลงพระบรมราชโองการของฮ่องเต้เซิ่งจู่(คังซี) พระชนก เป็นแต่งตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่แทน ด้วยเหตุนี้จึงทรงเกรงกลัวว่าเมื่อสิ้นพระชนม์แล้วจะต้องสร้างสุสานตนเองไว้เคียงข้างพระชนก ณ สุสานชิงตะวันออก จึงมีพระราชดำริให้สร้างสุสานขึ้นทางด้านตะวันตกขึ้นอีกแห่งเสีย
       
       ต่อมาเมื่อเข้าสู่รัชสมัยเฉียนหลง - เกาจงฮ่องเต้ ทรงมีพระบรมราชโองการรับสั่งให้นับแต่นี้ไป จะไม่มีการฝังพระศพพ่อและลูกไว้ในที่เดียวกัน โดยให้แยกฝังไว้ในสุสานชิงตะวันออก และตะวันตก จึงทำให้สุสานราชวงศ์ชิงทั้ง 2 แห่งมีความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติเทียมเสมอกัน

 
       ข้อมูล
       
       - สุสานหมิงเสี่ยน สุสานชิงตะวันออก และสุสานชิงตะวันตก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปีค.ศ. 2000
       - สุสาน 13 กษัตริย์ราชวงศ์หมิง และสุสานหมิงเสี้ยว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปีค.ศ. 2003
       
       สุสาน 13 กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1409-1644 ตั้งอยู่บริเวณเขาเทียนโซ่ว อำเภอชางผิง กรุงปักกิ่ง บนพื้นที่ราบแอ่งกระทะขนาด 40 ตร.กม. โดยสุสานฉางหลิงแห่งฮ่องเต้เฉิงจู่(หย่งเล่อ) มีความโดดเด่นด้านการก่อสร้างบนดินที่ยิ่งใหญ่ และสุสานติ้งหลิงแห่งฮ่องเต้เสินจง(ว่านลี่) โดดเด่นในเรื่องตำหนักชั้นใต้ดิน.


 
       สุสานหมิงเสี้ยว สร้างขึ้นในปีค.ศ.1381-1413 ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาจื่อจินซัน เมืองหนันจิง มณฑลเจียงซู เพื่อฝังรวมพระศพปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง-จูหยวนจาง และพระชายา รวมถึงเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์อื่นๆ
       
       สุสานหมิงเสี่ยน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1519-1566 ตั้งอยู่บริเวณเขาฉุนเต๋อ ทางทิศตะวันออกของอำเภอจงเสียง มณฑลหูเป่ย มีพื้นที่ 1.83 ตร.กม. โดยสุสานแห่งนี้ได้มีการออกแบบวางท่อส่งน้ำ โดยมีก๊อกน้ำขนาดใหญ่อยู่ทั้งสิ้นถึง 99 จุดด้วยกัน
       
       สุสานราชวงศ์ชิงด้านตะวันออก สร้างขึ้นในปีค.ศ.1661 ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชางรุ่ย เมืองจุนฮว่า มณฑลเหอเป่ย ห่างจากปักกิ่งราว 125 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 2,500 ตร.กม. เป็นสุสานกษัตริย์ราชวงศ์ชิงที่มีความยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยหลุมสุสานกษัตริย์ 5 พระองค์เป็นสำคัญ ได้แก่ สุสานเสี้ยวหลิงรัชสมัยซุ่นจื้อ(ครองราชย์ค.ศ.1644-1662), สุสานจิ่งหลิงรัชสมัยคังซี(ค.ศ.1662-1723), สุสานอี้ว์หลิงรัชสมัยเฉียนหลง(ค.ศ.1736-1796), สุสานติ้งหลิงรัชสมัยเสียนเฟิง(ค.ศ.1851-1862) และสุสานฮุ่ยหลิงรัชสมัยถงจื้อ(ค.ศ.1862-1875) โดยมีสุสานของฮ่องเต้ซุ่นจื้อเป็นศูนย์กลาง สุสานอื่นๆกระจายไปด้านซ้ายและขวาตามการทอดตัวแนวออก-ตกของภูเขาชางรุ่ย
       
       สุสานราชวงศ์ชิงด้านตะวันตก สร้างขึ้นในปีค.ศ.1730 รัชกาลยงเจิ้งปีที่ 8 (雍正八年) ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาหย่งหนิง ทางทิศตะวันตกของตัวอำเภออี้ มณฑลเหอเป่ย ห่างจากปักกิ่งกว่า 120 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 800 ตร.กม. ประกอบด้วยหลุมสุสานของกษัตริย์ 4 พระองค์เป็นสำคัญ ได้แก่ สุสานไท่หลิงรัชสมัยยงเจิ้ง(ครองราชย์ค.ศ.1723-1736), สุสานชางหลิงรัชสมัยเจียชิ่ง(ค.ศ.1796-1821), สุสานมู่หลิงรัชสมัยเต้ากวง(ค.ศ.1821-1851) และสุสานชงหลิงรัชสมัยกวงซี่ว์(ค.ศ.1875-1909) โดยมีสุสานไท่หลิงรัชสมัยยงเจิ้งเป็นศูนย์กลาง.


 
ชั้นใต้ดินของสุสานผู่ถัวอวี้ว์ ณ สุสานชิงตะวันออก(ด้านตะวันออกของสุสานติ้งหลิงแห่งรัชสมัยเสียนเฟิง)สถานที่ฝังพระศพพระนางซูสีไทเฮา แห่งรัชสมัยกวงซี่ว์(ค.ศ.1875-1908)พร้อมสมบัติล้ำค่ามากมาย
       *ปักกิ่งเปิดป้ายสุสาน 13 กษัตริย์มรดกโลก
       *เครื่องเคลือบสมัยหมิง ‘หย่งเล่อ’
       *‘สุสาน 13 กษัตริย์’ และ ‘สุสานหมิงเสี้ยว’ขึ้นแท่นมรดกโลก
       
       ข้อมูลท่องเที่ยว
       

       สุสาน 13 กษัตริย์ ราชวงศ์หมิง ปักกิ่ง
       
เดินทาง - ขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่สุสานหมิง ที่หน้าสถานีรถไฟปักกิ่ง(北京站) สถานีรถไฟใต้ดินเฉียนเหมิน (前门站) หรือที่สวนสัตว์มีรถเมล์สายพิเศษ หรือขึ้นที่ตี้อันเหมิน(地安门)  หรือขึ้นรถเมล์สาย 345 ที่เต๋อเซิ่งเหมิน(德胜门) ถึงชังผิง (昌平) เปลี่ยนรถสาย 314
       เวลาทำการ - 8 : 30 - 17 : 00 น. (ฤดูหนาวเปิดเวลา 8 : 30 น.) โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานบนดินที่สุสานฉางหลิง(长陵) และสุสานใต้ดินที่สุสานติ้งหลิง (定陵) 
       ราคาบัตร -
       
สุสานติ้งหลิง 50 หยวน ฤดูท่องเที่ยว 70 หยวน
       
สุสานฉางหลิง 30 หยวน  ฤดูท่องเที่ยว 50 หยวน
       ทางเดินแห่งเทพ (神路) 15 หยวน ฤดูท่องเที่ยว 20 หยวน
       สุสานเจาหลิง (昭陵) 20 หยวน

       
       สุสานหมิงเสี้ยว
       ตั้งอยู่ในเขตเมืองหนันจิง(นานกิง) สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย Y2 และ 20 ลงป้ายสุสานหมิงเสี้ยว ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชม.

       
       สุสานหมิงเสี่ยน (明显陵)
       ตั้งอยู่ชานเมืองทิศตะวันออกของเมืองจงเสียง (钟祥市) ในหูเป่ย ราคาบัตร 50 หยวน

       
       สุสานราชวงศ์ชิงตะวันออกและตะวันตก เหอเป่ย
       เดินทาง - สุสานราชวงศ์หมิงตะวันออกตั้งอยู่ในเมืองจวินฮว่า (遵化市) สุสานราชวงศ์หมิงตะวันตกอยู่ในอำเภออี้เสี้ยน (易县) มีรถโดยสารทางไกลสายพิเศษ จากปักกิ่ง เทียนจิน เป่าติ้ง ต้าถง และสือเจียจวง ถึงสุสานทั้ง 2 แห่ง
       ราคาบัตร - สุสานราชวงศ์ชิงตะวันออก 80 หยวน สุสานชิงตะวันตก 80 หยวน (ตั๋วชุด)

 
 

      



 สถิติวันนี้ 2 คน
 สถิติเมื่อวาน 439 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
8281 คน
49233 คน
52128 คน
เริ่มเมื่อ 2008-03-1

  

 


Produce & Service by  Aiweb