เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนท่องเที่ยว ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์มาเก๊า ทัวร์สิงคโปร์ ทัวร์เวียดนาม ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น แพ็คเกจทัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า ข้อมูลมรดกโลกจีนโคคุเรียว



 โปรโมทเว็บฟรี



 
Google
 
‘โบราณสถานอาณาจักรโคคูเรียว’ มรดกโลกเชื้อสายเกาหลีในจีน.?.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 ธันวาคม 2547 17:57 น.
สุสานกษัตริย์ห่าวไท่หวัง กษัตริย์องค์ที่ 19 แห่งอาณาจักรโคคูเรียว สร้างเมื่อค.ศ.391 อยู่ห่างจากเมืองจี๋อันไปทางทิศตะวันออก 4 กม. ห่างจากแม่น้ำยาลู่เจียง 2 กม. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสุสานเป็นที่ตั้งของแท่นศิลาจารึก
       
       จะ‘เกาโกวหลี’ หรือ ‘โคคูเรียว’ ?
       

       ชาวไทยที่เคยเรียนประวัติศาสตร์เกาหลี รู้จัก 1 ใน 3 อาณาจักรโบราณ นามว่า ‘โคคูเรียว’ ซึ่งเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของชาวเกาหลีในอดีตเป็นอย่างดี และ ‘เกาโกวหลี’ คืออีกชื่อหนึ่งในภาคภาษาจีน
       
       คำว่า ‘เกาโกวหลี’ (高句丽‘句’ อ่านว่า โกว) มีชื่อย่อว่า โกวหลี (句丽 หรือ 句骊) หรือ เกาหลี (高丽) ภาษาจีนกลางหมายถึง ชนชาติโบราณที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 – 7 หรือเป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกชาวเกาหลีโบราณนั่นเอง
       

       สมัยจักรพรรดิฮั่นหยวนตี้ ปีที่ 2 แห่งรัชกาลเจี้ยนเจา (ราว 37 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก(202 ก่อนคริสต์ศักราช - ค.ศ.25) บรรพบุรุษชาวเกาหลีได้แผ้วถางสร้างเมืองขึ้นที่บริเวณอำเภอเกาโกวหลี (ปัจจุบันคือ อ.ซินปิน ในมณฑลเหลียวหนิงของจีน) หลังจากนั้นก็สถาปนาเมืองหลวงและขยายอำนาจจนมีอาณาเขตกว้างขวางไปทั่ว ตามที่รู้จักกันในชื่อ ‘อาณาจักรโคคูเรียว’


 
สุสานนายพลในเมืองจี๋อัน ดินแดนอดีตราชธานีของอาณาจักรโคคูเรียว หลุมศพซึ่งมีลักษณะรูปทรงคล้ายคลึงกับหลุมศพของชาวอินคาและมายาในสหรัฐอเมริกาอย่างน่าพิศวง
       ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรโคคูเรียวหรือเกาโกวหลี ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 5 ได้แผ่อำนาจครอบคลุมภาคตะวันออกของมณฑลจี๋หลิน ตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเหลียวหนิง จนถึงดินแดนทางตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลีในปัจจุบัน
       
       หลายทศวรรษต่อมา อาณาจักรโคคูเรียวได้ผ่านสงครามและความขัดแย้งหลายครั้งหลายหน จนมาในปีค.ศ.668 ก็ถูกตีแตกและยึดครองโดยทหารพันธมิตรของราชสำนักถังและพวกซิลลา และตั้งแต่นั้นก็ตกอยู่ในการปกครองของราชสำนักจงหยวน และถูกกลืนอยู่ในการเมืองและวัฒนธรรมจงหยวนในที่สุด
       
       อาณาจักรโคคูเรียวมีกษัตริย์ปกครองรวมทั้งสิ้น 28 รัชกาล* ระยะเวลาอันรุ่งเรืองจนถึงยุคเสื่อมอยู่ในช่วงเดียวกับราชวงศ์ฮั่นตะวันตกจนถึงราชวงศ์ถัง(ค.ศ.618-907)ของจีน รวมระยะเวลาราว 705 ปี

       
       นี่คือส่วนที่บันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ชาติจีน เกี่ยวกับ ‘โคคูเรียว’ อาณาจักรของชนชาติส่วนน้อยตามชายแดนภาคอีสานของจีน ดังที่ระบุในหนังสือพิมพ์แนววิชาการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ‘กวงหมิงยื่อเป้า’ (光明日报)

 
ภายในสุสานแห่งหนึ่งของอาณาจักรโคคูเรียว ที่เมืองจี๋อัน ที่มีการวาดภาพที่ฝาผนังหิน ถ่ายโดยช่างภาพชาวตะวันตก Andreas Gruschke
       การที่องค์การยูเนสโกผ่านมติและประกาศให้ โบราณสถานและสุสานจักรพรรดิและคนในตระกูลสูงศักดิ์แห่งอาณาจักรเกาโกวหลี (高句丽王城 王陵及贵族墓葬) เป็นมรดกโลกของจีนแห่งที่ 30 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้านหนึ่ง ได้นำความกระวนกระวายใจมาสู่นักวิชาการเกาหลีใต้โดยทันที เนื่องจากชาวเกาหลีโดยทั่วไปรู้จักอาณาจักรเกาโกวหลีที่จีนระบุนี้ ในฐานะอาณาจักรโคคูเรียว( Koguryo Kingdom 37 ปีก่อนคริสต์ศักราช - ค.ศ.668 ) 1 ใน 3 อาณาจักรโบราณของบรรพบุรุษเกาหลี** ที่ราชสำนักถังเข้ามาตียึดไป
       

       ยังผลให้คณะผู้แทนจากเกาหลีใต้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการพิจารณามรดกโลก ครั้งที่ 28 ในวันที่ 2 ของการประกาศมติดังกล่าว เพื่อยืนยันถึงความเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของบรรพบุรุษเกาหลีโบราณในแหล่งมรดกโลกนี้
       
       เนื่องจากหลังการประกาศให้สุสานแห่งนี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของจีน เท่ากับว่าเป็นการยอมรับสถานะของอาณาจักรโคคูเรียวว่า เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชนชาติจีน ซึ่งค้านกับความเห็นของนักวิชาการเกาหลีใต้


 
ภาพเต้นรำ ภาพล่าง แสดงการเต้นรำในยุคราชวงศ์ใต้-ราชวงศ์เหนือ(ค.ศ.420-589)
       สื่อมวลชนนอกแผ่นดินใหญ่หลายแหล่ง ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ต่างนำเสนอความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างครึกโครม ซึ่งบางแห่งมีการอ้างถึง เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศของจีน บทที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ประเทศเกาหลีใต้ ที่ก่อนหน้านี้ได้ลบข้อความส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ‘เกาโกวหลี’ หนึ่งในสามอาณาจักรเก่าแก่ของเกาหลีออกไป
       
       รัฐบาลเกาหลีใต้จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยอมรับว่า อาณาจักรเกาโกวหลีเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ และขอให้แก้ไขข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าว (www.fmprc.gov.cn)
       
       ทั้งนี้ คณะผู้แทนทางการเมืองจากเกาหลีใต้ยังขออนุญาตเดินทางมาเยี่ยมชมโบราณสถาน ณ สุสานเกาโกวหลีในมณฑลของจีน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเรื่องการออกวีซ่าจากทางการปักกิ่ง ทำให้ฝ่ายผู้แทนของเกาหลีใต้เคืองใจ และกลายเป็นข้อพิพาทที่ส่งผลให้รัฐบาลจีนสั่งปิดเว็บไซต์ทางการเกาหลีใต้(ภาษาจีน) 10 เว็บ เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย จนเกิดความขัดแย้งระหว่างชนชาติ หรือการอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของบนแผ่นดินใหญ่
       
       รายงานข่าวเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาเพิ่มเติมอีกว่า ความขัดแย้งอันเนื่องมาจากมรดกโลกแห่งนี้ได้ผ่อนคลายลง เมื่อตัวแทนของทั้งสองรัฐบาลตกลงกันได้ เมื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน นายอู่ต้าเหว่ย เข้าพบหารือกับนายบาน คีมุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศ ของเกาหลีใต้ ขณะเยือนกรุงโซล เป็นการประชุมที่ใช้เวลาเจรจากันยาวนานกว่า 10 ชม.

 
สุสานก่ออิฐที่แข็งแรงของกษัตริย์เมอยอง (King Muryong) ใน Paekche
       ทั้งสองฝ่ายคำนึงถึงมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน และได้ตกลงหันหน้าเข้าหากันร่วมศึกษาวิจัยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโคคูเรียว โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เพื่อป้องกันการบิดเบือนประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความบาดหมางทางการเมืองในภายหลัง
       
       อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวที่ว่า จีนยินยอมไม่อ้างอีกว่า ‘โคคูเรียวเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน’ ตามข้อตกลงด้วยวาจาที่กรุงโซลนั้น ไม่ได้รับการยืนยันในสื่อทางการแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด มีเพียงรายงานการศึกษาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันตามเดิม ขณะที่บางแหล่งเห็นด้วยให้มีการร่วมมือเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ พร้อมกับยอมรับว่า การควานหาตัวผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เกาหลีในจีนทำได้ยากมาก !
       
       นั่นเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ ที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองประเทศต้องใช้สติปัญญารอมชอมกัน เพื่อให้ได้ภาพรวมของข้อเท็จจริง และเป็นความรู้เชิงประวัติศาสตร์ต่อไป...
       

       
คลังศิลปะบรรเจิดแห่งเอเชียอีสาน
       

       อีกด้านหนึ่งของความร้อนแรงของโบราณสถานในอาณาจักรแห่งนี้ คงต้องกล่าวถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และความเป็นกรุศิลปะอันล้ำค่าในภาคอีสานของทวีปเอเชีย ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สถานที่นี้กลายเป็น ‘มรดกของโลก’ และอาจเป็นข้อที่ทุกฝ่ายเบาใจได้ว่า มันไม่ได้เป็น ‘สมบัติ’ ของคนสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง ถึงแม้จะมีเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจท่องเที่ยวเข้ามาพัวพันอยู่บ้างก็ตาม

 
นักโบราณคดีจีนเพิ่งจะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอาณาจักรโคคูเรียวเมื่อราว 20 ปีมานี้
       เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว ที่นักโบราณคดีจีนทำการขุดค้นและศึกษาอาณาจักรโบราณในมณฑลทางอีสานของประเทศ และพบว่า มีโบราณสถานที่เป็นหลุมศพกระจายอยู่มากมายกว่า 7,000 แห่ง สำหรับโบราณสถานในอดีตอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีนี้ ครอบคลุมซากเมืองเก่าอู๋หนี่ว์ซันซันเฉิง (五女山山城 ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเขตแคว้นราชธานีแห่งแรก เหอเซิ่งกู่เฉิง (纥升骨城) ของอาณาจักรโคคูเรียว เมื่อราว 37 ปี ก่อนคริสต์ศักราช เมืองเก่ากั๋วเน่ยเฉิง (国内城) ราชธานีแห่งที่ 2 ของอาณาจักรโคคูเรียว (ค.ศ.3) และเมืองพิทักษ์ หวันตูซันเฉิง (丸都山城) ฐานกำลังทหารพิทักษ์เมืองหลวงกั๋วเน่ยเฉิง ที่เคยเป็นเมืองหลวงชั่วคราวถึง 2 ครั้ง สร้างขึ้นเป็นแนวยาวบนสันเขา 6,947 เมตร ปัจจุบันพบซากประตู เมืองเก่า 7 จุด
       
       รวมไปถึงสุสานกษัตริย์และคนในตระกูลสูงศักดิ์แห่งอาณาจักรโคคูเรียว และซากพระราชวังเก่า นอกจากนี้ ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองจี๋อัน 5 กม. ที่ตีนเขาหลงซัน(龙山) เป็นที่ตั้งของสุสานหินรูปร่างคล้ายปีรามิดแห่งอียิปต์ เป็นหลุมฝังศพท่านนายพลที่ถูกเรียกขานว่า ‘ปีรามิดแห่งตะวันออก’
       

       และส่วนที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นที่มาของความหวงแหนในวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า อีกทั้งเป็นความภาคภูมิใจที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึก ของทั้งลูกหลานชนชาติเกาหลีเฉกเช่นเดียวกับชนชาวจีน คือ ‘สุสานประดับภาพวาดฝาผนังแห่งโคคูเรียว’ (高句丽壁画墓) ที่เปรียบได้กับ ‘คลังศิลปะล้ำค่าแห่งเอเชียอีสาน’

 
ภาพนางในราชสำนักเสด็จออกจากวัง (ภาพจาก kimsoft.com)
       สุสานประดับภาพวาดแห่งโคคูเรียวที่พบส่วนใหญ่อยู่ในยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 เนื้อหาภาพวาดโดยทั่วไปในยุคแรกเป็นเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของกษัตริย์และบรรดาเจ้าขุนมูลนาย ความหรูหราของงานเลี้ยงสังสรรค์ การเต้นรำ ละครและการเดินทาง นอกจากนี้ ก็มีภาพของพระราชวัง ศาลา สระน้ำ คอกม้า ดอกไม้ใบหญ้า ดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์
       
       โดยก่อนวาดภาพช่างเขียนจะฉาบปูนขาวที่ผนังหิน แล้วจึงวาดภาพลงสีตามต้องการ ภาพวาดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จะสะท้อนประเพณีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวชาติเกาหลีโบราณ เช่น ภาพการล่าสัตว์ กีฬามวยปล้ำ(คล้ายซูโม่ของญี่ปุ่น) และภาพสัตว์นานาชนิดที่อาศัยอยู่ในป่าแถบนั้น
       
       ทั้งนี้ ภาพวาดแต่ละยุคสมัยสะท้อนเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชนเผ่าด้วย อาทิ ในช่วงของการทำสงคราม ก็มีการบันทึกฉากการต่อสู้ในสงคราม ภาพกองทัพทหาร ตามผนังสุสานเป็นต้น ซึ่งสุสานประดับภาพวาดที่เมืองจี๋อัน มีหลุมหนึ่งที่มีห้องแสดงภาพ 3 ห้อง(三室墓) สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 ภาพส่วนใหญ่โดดเด่นที่ภาพบุคคลซึ่งดูมีชีวิตชีวาเสมือนจริง

 
ภาพเขียนในสุสานแสดงการละเล่นของชาวบ้าน
       นอกจากนี้ ราวยุคคริสต์ศตวรรษที่ 4 ที่วัฒนธรรมการนับถือศาสนาพุทธจากอินเดียแผ่ขยายเข้ามาในดินแดนจงหยวน ก็ส่งอิทธิพลต่อภาพวาดในยุคนั้นเช่นกัน ดังที่นักโบราณคดีได้พบภาพวาดดอกบัวที่งดงามประณีตบนเพดานของสุสานยุคต้นๆ
       
       ถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 – 7 ฝีมือการวาดและการใช้สีของช่างเขียนพัฒนาก้าวหน้าไปมาก ช่างเริ่มวาดภาพลงบนผนังหินโดยไม่ต้องลงปูนขาว ฝีแปรงหนักแน่น สีสันเด่นชัดกว่าภาพเขียนในยุคแรกๆ และมีเฉดสีหลากหลายขึ้น ทั้งแดงเข้ม แดงตุ่น เหลือง เหลืองอ่อน ขาวคล้ายแป้งและเขียว เป็นสีหลัก
       
       เนื้อหาภาพเป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนา เต๋า และคำสอนของขงจื๊อ และภาพเทวดานางฟ้าในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวจงหยวน ซึ่งมุ่งเน้นเพื่อการตกแต่งประดับประดาเป็นสำคัญ สุสานในยุคนี้ได้แก่ สุสานอู่คุยเฝิน(五盔坟)หมายเลข 4 และ 5 สุสานเทพทั้งสี่(四神墓) ในเมืองจี๋อัน และสุสานอีกหลายแห่งในเขตประเทศเกาหลีเหนือ
       
       
       ภาพวาดในสุสานแห่งโคคูเรียวถูกทำลายไปตามกาลเวลา และยังถูกลักลอบไปขายต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน ภาพวาดที่เหลืออยู่บางส่วนถูกนำมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์มณฑลจี๋หลิน นอกจากนี้ภาพเขียนในสุสานแห่งโคคูเรียวก็มีแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประเทศเกาหลีใต้ด้วย.


 
ภาพการล่าสัตว์
       ข้อมูล
       
มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี 2004 มรดกโลกลำดับที่ 30 ในประเทศจีน
       
       ที่ตั้งและอาณาเขต : เมืองเก่าแห่งอาณาจักรโคคูเรียวตั้งอยู่บนเขาอู๋หนี่ว์ซัน(五女山) ที่คาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่อำเภอซินปิน(新宾县) และอำเภอปกครองตนเองของชนชาติแมนจู หวนเหริน(桓仁县) ในมณฑลเหลียวหนิง มาจนถึงเมืองจี๋อัน(集安市) ในมณฑลจี๋หลิน เป็นอาณาบริเวณของเมืองเก่าอู๋หนี่ว์ซันซันเฉิง เมืองเก่ากั๋วเน่ยเฉิง เมืองเก่าหวันตูซันเฉิง โบราณสถานสุสานกษัตริย์ 12 หลุม และสุสานคนในตระกูลสูงศักดิ์ 26 หลุม รวมถึงหลุมศพแม่ทัพและศิลาจารึกโบราณของกษัตริย์ห่าวไท่หวัง(好太王)
       
       สร้างเมื่อ : เมืองเก่ากั๋วเน่ยเฉิง สร้างเมื่อค.ศ.3 เมืองเก่าหวันตูซันเฉิง สร้างราวค.ศ.198 สุสานกษัตริย์ห่าวไท่หวัง สร้างเมื่อค.ศ.391

 
ภาพฝาผนังในสุสานแห่งโคคูเรียว แสดงกิจกรรมการล่าสัตว์ของชาวเกาหลีโบราณด้วยคันธนูและลูกดอก คาดว่าสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 4-5 ไม่ระบุสถานที่ (ภาพจาก atarn.org)
       ข้อมูลการเดินทาง : เมืองจี๋อันเพิ่งเปิดเป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในภาคอีสานของจีนได้ไม่นาน ตั้งอยู่ทางใต้สุดของมณฑลจี๋หลิน ริมฝั่งแม่น้ำยาลู่เจียง(鸭绿江) ชายแดนประเทศเกาหลีเหนือ การเดินทางสู่เมืองจี๋อันสามารถโดยสารรถยนต์และรถไฟได้จาก ปักกิ่ง ชิงเต่า ต้าเหลียน เสิ่นหยัง ฉางชุน ลงที่สถานีรถไฟเมืองทงฮว่า(通化市) และเปลี่ยนรถต่อมาที่เมืองจี๋อัน จากทงฮว่าถึงจี๋อันใช้เวลาเดินทางราว 3 ชม.
       
       ราคาบัตร : ตัวเลขยังไม่ระบุชัดเจน จากเดิมอยู่ระหว่าง 10 – 30 หยวน อาจมีการปรับขึ้นเป็น 340 หยวน
       
       อุณหภูมิ : มณฑลจี๋หลินมี 4 ฤดูกาลชัดเจน อากาศค่อนข้างหนาว อุณหภูมิเฉลี่ย 3-5 องศาเซลเซียสตลอดปี อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม -18 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 20 องศาฯ เดือนตุลาคม-เมษายน เหมาะแก่การเล่นสกี
       
       หมายเหตุ : คำเรียกชื่อเมืองโบราณที่เกี่ยวเนื่องกับอาณาจักรโคคูเรียว ใช้หลักการถอดเสียงในภาษาจีนกลาง ส่วนชื่อเฉพาะที่เป็นภาษาเกาหลีอาจเรียกผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง เนื่องจากข้อมูลหลายฉบับเรียกไม่ตรงกัน ขออภัยมา ณ ที่นี้
       
       *
ข้อมูลบางแหล่งระบุ อาณาจักรโคคูเรียวมีกษัตริย์ปกครอง 26 รัชกาล
       ** ประวัติศาสตร์เกาหลี สมัยสามอาณาจักร (57 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 668) คือ อาณาจักรโบราณทั้งสามของเกาหลี ประกอบด้วย โคคูเรียว แพ็กเจ (Baikje) และชิลลา (Silla) ปกครองตลอดคาบสมุทรเกาหลี และแผ่นดินส่วนใหญ่ในแมนจูเรีย
       (ข้อมูลจาก : องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ท่านสามารถติดตามประวัติศาสตร์เกาหลีเพิ่มเติมที่ คอลัมน์  ‘คุณถาม-พายัพตอบ’)
       
       ที่มา : epochtimes.com / ซีน่าเน็ต / ซินหัวเน็ต / โซหูเน็ต / kimsoft.com / atarn.org

 
 

      



 สถิติวันนี้ 434 คน
 สถิติเมื่อวาน 301 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
8274 คน
49226 คน
52121 คน
เริ่มเมื่อ 2008-03-1

  

 


Produce & Service by  Aiweb