|
|
สุสานกษัตริย์ห่าวไท่หวัง
กษัตริย์องค์ที่ 19
แห่งอาณาจักรโคคูเรียว
สร้างเมื่อค.ศ.391
อยู่ห่างจากเมืองจี๋อันไปทางทิศตะวันออก
4 กม. ห่างจากแม่น้ำยาลู่เจียง 2
กม.
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสุสานเป็นที่ตั้งของแท่นศิลาจารึก |
|
 |
จะเกาโกวหลี หรือ โคคูเรียว ?
ชาวไทยที่เคยเรียนประวัติศาสตร์เกาหลี
รู้จัก 1 ใน 3 อาณาจักรโบราณ นามว่า
โคคูเรียว
ซึ่งเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของชาวเกาหลีในอดีตเป็นอย่างดี
และ เกาโกวหลี
คืออีกชื่อหนึ่งในภาคภาษาจีน
คำว่า
เกาโกวหลี (高句丽句 อ่านว่า โกว)
มีชื่อย่อว่า โกวหลี (句丽 หรือ
句骊) หรือ เกาหลี (高丽)
ภาษาจีนกลางหมายถึง
ชนชาติโบราณที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
ราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 7
หรือเป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกชาวเกาหลีโบราณนั่นเอง
สมัยจักรพรรดิฮั่นหยวนตี้ ปีที่ 2
แห่งรัชกาลเจี้ยนเจา (ราว 37 ปี ก่อนคริสต์ศักราช)
แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก(202 ก่อนคริสต์ศักราช -
ค.ศ.25)
บรรพบุรุษชาวเกาหลีได้แผ้วถางสร้างเมืองขึ้นที่บริเวณอำเภอเกาโกวหลี
(ปัจจุบันคือ อ.ซินปิน ในมณฑลเหลียวหนิงของจีน)
หลังจากนั้นก็สถาปนาเมืองหลวงและขยายอำนาจจนมีอาณาเขตกว้างขวางไปทั่ว
ตามที่รู้จักกันในชื่อ
อาณาจักรโคคูเรียว
|
 |
|
|
สุสานนายพลในเมืองจี๋อัน
ดินแดนอดีตราชธานีของอาณาจักรโคคูเรียว
หลุมศพซึ่งมีลักษณะรูปทรงคล้ายคลึงกับหลุมศพของชาวอินคาและมายาในสหรัฐอเมริกาอย่างน่าพิศวง |
|
 |
ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรโคคูเรียวหรือเกาโกวหลี
ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 5
ได้แผ่อำนาจครอบคลุมภาคตะวันออกของมณฑลจี๋หลิน
ตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเหลียวหนิง
จนถึงดินแดนทางตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลีในปัจจุบัน
หลายทศวรรษต่อมา
อาณาจักรโคคูเรียวได้ผ่านสงครามและความขัดแย้งหลายครั้งหลายหน
จนมาในปีค.ศ.668
ก็ถูกตีแตกและยึดครองโดยทหารพันธมิตรของราชสำนักถังและพวกซิลลา
และตั้งแต่นั้นก็ตกอยู่ในการปกครองของราชสำนักจงหยวน
และถูกกลืนอยู่ในการเมืองและวัฒนธรรมจงหยวนในที่สุด
อาณาจักรโคคูเรียวมีกษัตริย์ปกครองรวมทั้งสิ้น
28 รัชกาล*
ระยะเวลาอันรุ่งเรืองจนถึงยุคเสื่อมอยู่ในช่วงเดียวกับราชวงศ์ฮั่นตะวันตกจนถึงราชวงศ์ถัง(ค.ศ.618-907)ของจีน
รวมระยะเวลาราว 705 ปี
นี่คือส่วนที่บันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ชาติจีน
เกี่ยวกับ โคคูเรียว
อาณาจักรของชนชาติส่วนน้อยตามชายแดนภาคอีสานของจีน
ดังที่ระบุในหนังสือพิมพ์แนววิชาการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
กวงหมิงยื่อเป้า (光明日报)
|
|
|
ภายในสุสานแห่งหนึ่งของอาณาจักรโคคูเรียว
ที่เมืองจี๋อัน
ที่มีการวาดภาพที่ฝาผนังหิน
ถ่ายโดยช่างภาพชาวตะวันตก Andreas
Gruschke |
|
 |
 |
การที่องค์การยูเนสโกผ่านมติและประกาศให้
โบราณสถานและสุสานจักรพรรดิและคนในตระกูลสูงศักดิ์แห่งอาณาจักรเกาโกวหลี
(高句丽王城 王陵及贵族墓葬) เป็นมรดกโลกของจีนแห่งที่ 30
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้านหนึ่ง
ได้นำความกระวนกระวายใจมาสู่นักวิชาการเกาหลีใต้โดยทันที
เนื่องจากชาวเกาหลีโดยทั่วไปรู้จักอาณาจักรเกาโกวหลีที่จีนระบุนี้
ในฐานะอาณาจักรโคคูเรียว( Koguryo Kingdom 37
ปีก่อนคริสต์ศักราช - ค.ศ.668 ) 1 ใน 3
อาณาจักรโบราณของบรรพบุรุษเกาหลี**
ที่ราชสำนักถังเข้ามาตียึดไป
ยังผลให้คณะผู้แทนจากเกาหลีใต้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการพิจารณามรดกโลก
ครั้งที่ 28 ในวันที่ 2 ของการประกาศมติดังกล่าว
เพื่อยืนยันถึงความเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของบรรพบุรุษเกาหลีโบราณในแหล่งมรดกโลกนี้
เนื่องจากหลังการประกาศให้สุสานแห่งนี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของจีน
เท่ากับว่าเป็นการยอมรับสถานะของอาณาจักรโคคูเรียวว่า
เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ซึ่งค้านกับความเห็นของนักวิชาการเกาหลีใต้
|
 |
|
|
ภาพเต้นรำ ภาพล่าง
แสดงการเต้นรำในยุคราชวงศ์ใต้-ราชวงศ์เหนือ(ค.ศ.420-589) |
|
 |
สื่อมวลชนนอกแผ่นดินใหญ่หลายแหล่ง
ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้
ต่างนำเสนอความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างครึกโครม
ซึ่งบางแห่งมีการอ้างถึง
เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศของจีน
บทที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ประเทศเกาหลีใต้
ที่ก่อนหน้านี้ได้ลบข้อความส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
เกาโกวหลี
หนึ่งในสามอาณาจักรเก่าแก่ของเกาหลีออกไป
รัฐบาลเกาหลีใต้จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยอมรับว่า
อาณาจักรเกาโกวหลีเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้
และขอให้แก้ไขข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าว
(www.fmprc.gov.cn)
ทั้งนี้
คณะผู้แทนทางการเมืองจากเกาหลีใต้ยังขออนุญาตเดินทางมาเยี่ยมชมโบราณสถาน
ณ สุสานเกาโกวหลีในมณฑลของจีน
แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเรื่องการออกวีซ่าจากทางการปักกิ่ง
ทำให้ฝ่ายผู้แทนของเกาหลีใต้เคืองใจ
และกลายเป็นข้อพิพาทที่ส่งผลให้รัฐบาลจีนสั่งปิดเว็บไซต์ทางการเกาหลีใต้(ภาษาจีน)
10 เว็บ เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย
จนเกิดความขัดแย้งระหว่างชนชาติ
หรือการอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของบนแผ่นดินใหญ่
รายงานข่าวเมื่อวันที่ 24
สิงหาคมที่ผ่านมาเพิ่มเติมอีกว่า
ความขัดแย้งอันเนื่องมาจากมรดกโลกแห่งนี้ได้ผ่อนคลายลง
เมื่อตัวแทนของทั้งสองรัฐบาลตกลงกันได้
เมื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน
นายอู่ต้าเหว่ย เข้าพบหารือกับนายบาน คีมุน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศ
ของเกาหลีใต้ ขณะเยือนกรุงโซล
เป็นการประชุมที่ใช้เวลาเจรจากันยาวนานกว่า 10 ชม.
|
|
|
สุสานก่ออิฐที่แข็งแรงของกษัตริย์เมอยอง
(King Muryong) ใน Paekche |
|
 |
 |
ทั้งสองฝ่ายคำนึงถึงมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน
และได้ตกลงหันหน้าเข้าหากันร่วมศึกษาวิจัยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโคคูเรียว
โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
เพื่อป้องกันการบิดเบือนประวัติศาสตร์
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความบาดหมางทางการเมืองในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม
กระแสข่าวที่ว่า จีนยินยอมไม่อ้างอีกว่า
โคคูเรียวเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน
ตามข้อตกลงด้วยวาจาที่กรุงโซลนั้น
ไม่ได้รับการยืนยันในสื่อทางการแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด
มีเพียงรายงานการศึกษาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันตามเดิม
ขณะที่บางแหล่งเห็นด้วยให้มีการร่วมมือเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ
พร้อมกับยอมรับว่า
การควานหาตัวผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เกาหลีในจีนทำได้ยากมาก
!
นั่นเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ
ที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองประเทศต้องใช้สติปัญญารอมชอมกัน
เพื่อให้ได้ภาพรวมของข้อเท็จจริง
และเป็นความรู้เชิงประวัติศาสตร์ต่อไป...
คลังศิลปะบรรเจิดแห่งเอเชียอีสาน
อีกด้านหนึ่งของความร้อนแรงของโบราณสถานในอาณาจักรแห่งนี้
คงต้องกล่าวถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม
และความเป็นกรุศิลปะอันล้ำค่าในภาคอีสานของทวีปเอเชีย
ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สถานที่นี้กลายเป็น
มรดกของโลก
และอาจเป็นข้อที่ทุกฝ่ายเบาใจได้ว่า มันไม่ได้เป็น
สมบัติ ของคนสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง
ถึงแม้จะมีเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจท่องเที่ยวเข้ามาพัวพันอยู่บ้างก็ตาม
|
 |
|
|
นักโบราณคดีจีนเพิ่งจะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอาณาจักรโคคูเรียวเมื่อราว
20 ปีมานี้ |
|
 |
เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว
ที่นักโบราณคดีจีนทำการขุดค้นและศึกษาอาณาจักรโบราณในมณฑลทางอีสานของประเทศ
และพบว่า
มีโบราณสถานที่เป็นหลุมศพกระจายอยู่มากมายกว่า
7,000 แห่ง
สำหรับโบราณสถานในอดีตอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีนี้
ครอบคลุมซากเมืองเก่าอู๋หนี่ว์ซันซันเฉิง
(五女山山城 )
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเขตแคว้นราชธานีแห่งแรก
เหอเซิ่งกู่เฉิง (纥升骨城)
ของอาณาจักรโคคูเรียว เมื่อราว 37 ปี
ก่อนคริสต์ศักราช เมืองเก่ากั๋วเน่ยเฉิง
(国内城) ราชธานีแห่งที่ 2
ของอาณาจักรโคคูเรียว (ค.ศ.3) และเมืองพิทักษ์
หวันตูซันเฉิง (丸都山城)
ฐานกำลังทหารพิทักษ์เมืองหลวงกั๋วเน่ยเฉิง
ที่เคยเป็นเมืองหลวงชั่วคราวถึง 2 ครั้ง
สร้างขึ้นเป็นแนวยาวบนสันเขา 6,947 เมตร
ปัจจุบันพบซากประตู เมืองเก่า 7 จุด
รวมไปถึงสุสานกษัตริย์และคนในตระกูลสูงศักดิ์แห่งอาณาจักรโคคูเรียว
และซากพระราชวังเก่า นอกจากนี้
ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองจี๋อัน 5
กม. ที่ตีนเขาหลงซัน(龙山)
เป็นที่ตั้งของสุสานหินรูปร่างคล้ายปีรามิดแห่งอียิปต์
เป็นหลุมฝังศพท่านนายพลที่ถูกเรียกขานว่า
ปีรามิดแห่งตะวันออก
และส่วนที่สำคัญที่สุด
ซึ่งเป็นที่มาของความหวงแหนในวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
อีกทั้งเป็นความภาคภูมิใจที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึก
ของทั้งลูกหลานชนชาติเกาหลีเฉกเช่นเดียวกับชนชาวจีน
คือ สุสานประดับภาพวาดฝาผนังแห่งโคคูเรียว
(高句丽壁画墓) ที่เปรียบได้กับ
คลังศิลปะล้ำค่าแห่งเอเชียอีสาน
|
|
|
ภาพนางในราชสำนักเสด็จออกจากวัง
(ภาพจาก kimsoft.com) |
|
 |
 |
สุสานประดับภาพวาดแห่งโคคูเรียวที่พบส่วนใหญ่อยู่ในยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่
4
เนื้อหาภาพวาดโดยทั่วไปในยุคแรกเป็นเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของกษัตริย์และบรรดาเจ้าขุนมูลนาย
ความหรูหราของงานเลี้ยงสังสรรค์ การเต้นรำ
ละครและการเดินทาง นอกจากนี้ ก็มีภาพของพระราชวัง
ศาลา สระน้ำ คอกม้า ดอกไม้ใบหญ้า ดวงดาว
พระอาทิตย์ พระจันทร์
โดยก่อนวาดภาพช่างเขียนจะฉาบปูนขาวที่ผนังหิน
แล้วจึงวาดภาพลงสีตามต้องการ
ภาพวาดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จะสะท้อนประเพณีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวชาติเกาหลีโบราณ
เช่น ภาพการล่าสัตว์
กีฬามวยปล้ำ(คล้ายซูโม่ของญี่ปุ่น)
และภาพสัตว์นานาชนิดที่อาศัยอยู่ในป่าแถบนั้น
ทั้งนี้
ภาพวาดแต่ละยุคสมัยสะท้อนเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชนเผ่าด้วย
อาทิ ในช่วงของการทำสงคราม
ก็มีการบันทึกฉากการต่อสู้ในสงคราม ภาพกองทัพทหาร
ตามผนังสุสานเป็นต้น
ซึ่งสุสานประดับภาพวาดที่เมืองจี๋อัน
มีหลุมหนึ่งที่มีห้องแสดงภาพ 3 ห้อง(三室墓)
สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 5
ภาพส่วนใหญ่โดดเด่นที่ภาพบุคคลซึ่งดูมีชีวิตชีวาเสมือนจริง
|
 |
|
|
ภาพเขียนในสุสานแสดงการละเล่นของชาวบ้าน |
|
 |
นอกจากนี้
ราวยุคคริสต์ศตวรรษที่ 4
ที่วัฒนธรรมการนับถือศาสนาพุทธจากอินเดียแผ่ขยายเข้ามาในดินแดนจงหยวน
ก็ส่งอิทธิพลต่อภาพวาดในยุคนั้นเช่นกัน
ดังที่นักโบราณคดีได้พบภาพวาดดอกบัวที่งดงามประณีตบนเพดานของสุสานยุคต้นๆ
ถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 7
ฝีมือการวาดและการใช้สีของช่างเขียนพัฒนาก้าวหน้าไปมาก
ช่างเริ่มวาดภาพลงบนผนังหินโดยไม่ต้องลงปูนขาว
ฝีแปรงหนักแน่น สีสันเด่นชัดกว่าภาพเขียนในยุคแรกๆ
และมีเฉดสีหลากหลายขึ้น ทั้งแดงเข้ม แดงตุ่น
เหลือง เหลืองอ่อน ขาวคล้ายแป้งและเขียว
เป็นสีหลัก
เนื้อหาภาพเป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนา เต๋า
และคำสอนของขงจื๊อ
และภาพเทวดานางฟ้าในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวจงหยวน
ซึ่งมุ่งเน้นเพื่อการตกแต่งประดับประดาเป็นสำคัญ
สุสานในยุคนี้ได้แก่ สุสานอู่คุยเฝิน(五盔坟)หมายเลข
4 และ 5 สุสานเทพทั้งสี่(四神墓) ในเมืองจี๋อัน
และสุสานอีกหลายแห่งในเขตประเทศเกาหลีเหนือ
ภาพวาดในสุสานแห่งโคคูเรียวถูกทำลายไปตามกาลเวลา
และยังถูกลักลอบไปขายต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน
ภาพวาดที่เหลืออยู่บางส่วนถูกนำมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์มณฑลจี๋หลิน
นอกจากนี้ภาพเขียนในสุสานแห่งโคคูเรียวก็มีแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประเทศเกาหลีใต้ด้วย.
|
|
|
ภาพการล่าสัตว์ |
|
 |
ข้อมูล
มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี 2004
มรดกโลกลำดับที่ 30 ในประเทศจีน
ที่ตั้งและอาณาเขต
:
เมืองเก่าแห่งอาณาจักรโคคูเรียวตั้งอยู่บนเขาอู๋หนี่ว์ซัน(五女山)
ที่คาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่อำเภอซินปิน(新宾县)
และอำเภอปกครองตนเองของชนชาติแมนจู หวนเหริน(桓仁县)
ในมณฑลเหลียวหนิง มาจนถึงเมืองจี๋อัน(集安市)
ในมณฑลจี๋หลิน
เป็นอาณาบริเวณของเมืองเก่าอู๋หนี่ว์ซันซันเฉิง
เมืองเก่ากั๋วเน่ยเฉิง เมืองเก่าหวันตูซันเฉิง
โบราณสถานสุสานกษัตริย์ 12 หลุม
และสุสานคนในตระกูลสูงศักดิ์ 26 หลุม
รวมถึงหลุมศพแม่ทัพและศิลาจารึกโบราณของกษัตริย์ห่าวไท่หวัง(好太王)
สร้างเมื่อ
: เมืองเก่ากั๋วเน่ยเฉิง
สร้างเมื่อค.ศ.3 เมืองเก่าหวันตูซันเฉิง
สร้างราวค.ศ.198 สุสานกษัตริย์ห่าวไท่หวัง
สร้างเมื่อค.ศ.391
|
|
|
ภาพฝาผนังในสุสานแห่งโคคูเรียว
แสดงกิจกรรมการล่าสัตว์ของชาวเกาหลีโบราณด้วยคันธนูและลูกดอก
คาดว่าสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่
4-5 ไม่ระบุสถานที่ (ภาพจาก
atarn.org) |
|
 |
ข้อมูลการเดินทาง
:
เมืองจี๋อันเพิ่งเปิดเป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในภาคอีสานของจีนได้ไม่นาน
ตั้งอยู่ทางใต้สุดของมณฑลจี๋หลิน
ริมฝั่งแม่น้ำยาลู่เจียง(鸭绿江)
ชายแดนประเทศเกาหลีเหนือ
การเดินทางสู่เมืองจี๋อันสามารถโดยสารรถยนต์และรถไฟได้จาก
ปักกิ่ง ชิงเต่า ต้าเหลียน เสิ่นหยัง ฉางชุน
ลงที่สถานีรถไฟเมืองทงฮว่า(通化市)
และเปลี่ยนรถต่อมาที่เมืองจี๋อัน
จากทงฮว่าถึงจี๋อันใช้เวลาเดินทางราว 3 ชม.
ราคาบัตร :
ตัวเลขยังไม่ระบุชัดเจน จากเดิมอยู่ระหว่าง 10
30 หยวน อาจมีการปรับขึ้นเป็น 340 หยวน
อุณหภูมิ :
มณฑลจี๋หลินมี 4 ฤดูกาลชัดเจน อากาศค่อนข้างหนาว
อุณหภูมิเฉลี่ย 3-5 องศาเซลเซียสตลอดปี
อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม -18 องศาฯ
อุณหภูมิสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 20 องศาฯ
เดือนตุลาคม-เมษายน เหมาะแก่การเล่นสกี
หมายเหตุ :
คำเรียกชื่อเมืองโบราณที่เกี่ยวเนื่องกับอาณาจักรโคคูเรียว
ใช้หลักการถอดเสียงในภาษาจีนกลาง
ส่วนชื่อเฉพาะที่เป็นภาษาเกาหลีอาจเรียกผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง
เนื่องจากข้อมูลหลายฉบับเรียกไม่ตรงกัน ขออภัยมา ณ
ที่นี้
* ข้อมูลบางแหล่งระบุ
อาณาจักรโคคูเรียวมีกษัตริย์ปกครอง 26 รัชกาล
**
ประวัติศาสตร์เกาหลี สมัยสามอาณาจักร (57 ปีก่อน
ค.ศ. - ค.ศ. 668) คือ
อาณาจักรโบราณทั้งสามของเกาหลี ประกอบด้วย โคคูเรียว
แพ็กเจ (Baikje) และชิลลา
(Silla) ปกครองตลอดคาบสมุทรเกาหลี
และแผ่นดินส่วนใหญ่ในแมนจูเรีย
(ข้อมูลจาก :
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี
ท่านสามารถติดตามประวัติศาสตร์เกาหลีเพิ่มเติมที่
คอลัมน์
คุณถาม-พายัพตอบ)
ที่มา :
epochtimes.com / ซีน่าเน็ต / ซินหัวเน็ต /
โซหูเน็ต / kimsoft.com / atarn.org
|