|
 |
|
|
รูปสำริดเทพเจ้าเสวียนอู่
ในวิหารจินเตี้ยน |
|
 |
เขาบู้ตึ๊ง
หรือ อู่ตังซัน (ในภาษาจีนกลาง) มีอีกชื่อว่า
ไท่เหอซัน เป็นเทือกเขาที่มีความสำคัญของลัทธิเต๋า
ที่เล่าสืบมาว่า ปรมาจารย์เจินอู่
หรือเทพเจ้าเสวียนอู่(玄武神)ที่ศาสนาเต๋าเคารพนับถือ
ได้บำเพ็ญตบะบนยอดเขาแห่งนี้
รู้สึกติดอกติดใจกับเทือกเขา
ที่เสมือนเป็นแดนสุขาวดี
ได้ใช้วิชาทั้งบุ๋นและบู้ต่อกรกับภิกษุหลายรูปของฝ่ายพุทธ
จนได้รับชัยชนะ
สามารถยึดเขาแห่งนี้เป็นที่พำนักสืบมา...
เขาบู้ตึ๊งได้กลายมาเป็นแหล่งฝึกวิชา
และเข้าฌานของนักพรตลัทธิเต๋า
หลายสำนักมาหลายยุคสมัย
และยังเป็นที่กำเนิดสุดยอดวิชากังฟูที่โด่งดัง
ตามที่เราเคยคุ้นหูคุ้นตาในนิยายกำลังภายในด้วย
เขตโบราณสถานบนเขาบู้ตึ๊ง
มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 321 ตร.กม. ประกอบด้วย
ส่วนที่เป็นหมู่ตึกโบราณ
ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
และส่วนที่เป็นทิวทัศน์ธรรมชาติ อาทิ สระน้ำ
บ่อน้ำพุร้อน ถ้ำ หน้าผาและยอดเขา รวมกว่าร้อยแห่ง
|
|
|
ทิวทัศน์และกลุ่มโบราณสถานบนเขาบู้ตึ๊ง |
|
 |
 |
หมู่ตึกโบราณ
และสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
บนเขาบู้ตึ๊ง
มีสถาปัตยกรรมนับตั้งแต่สมัยถัง ซ่ง หยวน หมิง
และชิง โดยส่วนใหญ่
เป็นอารามหรือวิหารที่มีความสำคัญในศาสนาเต๋า
ซึ่งโบราณสถานที่หลงเหลือมาจนทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง
ที่เป็นเช่นนี้สืบเนื่องมาจาก
กษัตริย์เฉิงจู่จูตี้ (หย่งเล่อ)
ทรงเคารพเลื่อมใสในศาสนาเต๋าอย่างแรงกล้า
ในรัชสมัยของพระองค์โปรดให้มีการสร้างศาสนสถานของศาสนาเต๋าขึ้นมากมายนั่นเอง
โบราณสถานเก่าแก่ คือ ศาลเจ้าห้ามังกร
(อู่หลงฉือ) จักรพรรดิถังไท่จง หลี่ซื่อหมิน
แห่งราชวงศ์ถัง มีพระราชโองการรับสั่งให้สร้างขึ้น
ระหว่างปี ค.ศ.627-649
ต่อมา ในสมัยราชวงศ์ซ่ง
เกิดกระแสเลื่อมใสศรัทธาเทพเจ้าเจินอู่(เสวียนอู่)
ฐานของศานาเต๋าจึงเริ่มหยั่งรากขึ้นบนเขาบู้ตึ๊ง
จนกระทั่งมาในสมัยราชวงศ์หมิง
ศาสนาเต๋าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด
จนกลายเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมทางศาสนาเต๋าทั่วประเทศ
และยังเป็นที่ตั้งของวัดแห่งราชสำนักหมิงที่สำคัญด้วย
|
|
|
ภาพบนขวา-ทิวทัศน์บนยอดเขาเทียนจู้
บนซ้าย-ส่วนหนึ่งบนวิหารจินเตี้ยน
ล่าง-วิหารจินเตี้ยน
หลังคาทำด้วยทอง
โดดเด่นดึงดูดสายตาผู้มาเยือน |
|
 |
ณ ยอดเทียนจู้
ยอดเขาที่สูงที่สุด มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล
1,612 เมตร เป็นที่ตั้งของวิหารใหญ่แห่งศาสนาเต๋า
จินเตี้ยน สร้างขึ้นเมื่อปีที่ 14
(ค.ศ.1416)ในรัชสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ
แห่งราชวงศ์หมิง มีความสูง 5.5 เมตร กว้าง 5.8
เมตร ภายในวิหาร
งามวิจิตรด้วยลวดลายบนเสาเอกและเพดานประดับมุข
เป็นที่ประดิษฐานรูปสำริดของเทพเจ้าเจินอู่(เสวียนอู่)
น้ำหนัก 10 ตัน ด้านนอกวิหาร
เป็นกำแพงเมืองจื่อจินเฉิง มีความยาว 1,500 เมตร
ก่อขึ้นเป็นรูปทรงภูเขา
นอกจากนี้ยังมีพระราชวังจื่อเซียว
ที่สร้างขึ้นในสมัยหย่งเล่อ ปีที่ 11 (ค.ศ.1413)
ที่สามารถอนุรักษ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดมาจนถึงวันนี้
|
|
|
วังจื่อเซียว |
|
 |
|
|
|
 |
 |
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
แหล่งธรรมชาติบนเขาบู๊ตึ๊ง
มักมีชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสัตว์
และมีความเชื่อรวมถึงที่มาต่างๆกัน เช่น
บริเวณรอบๆวิหารจินเตี้ยน เรียก ลานแสวงบุญ
เนื่องจากทุกปีในวันแรกของฤดูใบไม้ร่วง
จะมีมดมีปีกจำนวนมากบินมาเกาะบริเวณดังกล่าว
และไม่บินไปไหนจนกระทั่งตายหมดทั้งฝูง
ชาวบ้านจึงเชื่อว่า
มดมีปีกเหล่านี้บินมาสักการะเทพเจ้าเสวียนอู่
จึงให้ชื่อบริเวณนั้นตามเรื่องมหัศจรรย์ดังกล่าว
หรือเช่นบริเวณ เขาอีการับอาหาร
เสือดำลาดตระเวนเขา มีเรื่องที่เล่าสืบมาว่า
เมื่อครั้งพระอาจารย์เจินอู่เดินทางมาจาริกแสวงบุญบนเขาบู้ตึ๊ง
มีเสือดำคอยเปิดทางขึ้นเขา และมีอีกาคอยนำทางให้
ช่วงเวลาที่ท่านบำเพ็ญตบะ
อีกาจะคอยร้องเตือนบอกเวลา
เมื่อถึงรุ่งสางของทุกวัน
และเสือดำคอยป้องกันระวังภัยให้
เมื่อพระอาจารย์เจินอู่
สำเร็จวิชาบรรลุเป็นเทพเจ้า
กาตัวนั้นจึงได้ยศเป็นทหารเทพ
ส่วนเสือดำก็เป็นขุนศึกลาดตระเวนบนภูเขาแห่งนี้
ครั้นต่อมา
เนื่องจากความเชื่อดั้งเดิมของอุบาสก
อุบาสิกาในศาสนาพุทธ ที่ว่า กาดำเป็นสัตว์อัปมงคล
ชอบนำเรื่องร้ายมาสู่มากกว่าเรื่องดี ดังนั้น
เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงโชคร้าย
เมื่อพุทธศาสนิกชนได้มาที่เขาบู้ตึ๊งและเดินทางมาถึงบริเวณ
เขาอีกา จะโยนข้าว หรือข้าวโพดที่นำติดตัวมา
ขึ้นไปบนอากาศ แล้วตะโกนว่า อีกามารับอาหาร
อีกาที่บินมาเป็นฝูง
จะกางปีกอ้าปากรับอาหารที่คนโปรยให้
จึงเกิดเป็นชื่อเขาดังกล่าว
|
 |
|
|
รูปสลักทำจากทองแดง
ปรมาจารย์กังฟูมวยบู้ตึ๊งจางซันเฟิง(เตียซำฮง)
สูง 1.45 เมตร
สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ปี
ค.ศ.1417 |
|
 |
ปรมาจารย์กังฟูจางซันฟง
กับวิชาหมัดมวยบู๊ตึ๊งอันโด่งดัง
จางซันเฟิง(张三丰)ชื่อเดิม จางเฉวียนอี
หรือจางจวินอี้ว์ นักบวชเต๋าแห่งเขาบู้ตึ๊ง
ในปลายสมัยซ่งเหนือ ซันเฟิง
เป็นฉายาที่ใช้เมื่อออกบวช เกิดในปี ค.ศ.1247
ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน บริเวณที่เป็นมณฑลเหลียวหนิงในปัจจุบัน
เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้านสามัญชน
จากฝีมือการช่วยเหลือคนเจ็บไข้
ด้วยหลักการรักษาโดยใช้กำลังภายใน
ปรมาจารย์จางซันเฟิงหรือเตียซำฮง
ได้ให้กำเนิดหมัดมวยสำนักบู้ตึ๊ง
ซึ่งโด่งดังเคียงคู่มากับหมัดมวยเส้าหลิน
ของสำนักพุทธแห่งเขาซงซัน ท่านได้
คิดค้นมวยบู้ตึ๊ง
จากการศึกษาทฤษฎีพื้นฐานของศาสตร์หยินและหยาง
ศาสตร์เรื่องธาตุทั้งห้า
และหลักการของแผนภูมิทั้งแปด (ปา กว้า八卦)
โดยท่านสามารถสังเคราะห์แก่นแท้ของศาสตร์เหล่านี้เข้าด้วยกัน
และหลอมรวมมาเป็นทฤษฎีของหมัดมวยบู้ตึ๊ง
กังฟูสำนักบู้ตึ๊ง
มีการกำเนิดเกี่ยวเนื่องลึกซึ้งกับศาสนาเต๋า
ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเนื่องจาก ในระหว่างการบำเพ็ญตบะ
นักบวชในศาสนาเต๋าจะต้องเรียนฝึกกังฟูไปพร้อมกันด้วย
โดยมีเป้าหมายหลัก
เพื่อฝึกปรือให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
การฝึกกังฟูของสำนักบู้ตึ๊งมีหลักการคือ
ฝึกการควบคุมกำลังภายใน (Internal styles 内家拳派)
ใช้ความนุ่มนวลสยบความแข็งแกร่ง
ภายหลังมีการพัฒนาจนเป็นวิทยายุทธ์การต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่แกร่งกล้า
และเป็นที่ยอมรับไปทั่ว
|
มวยบู้ตึ๊ง
ประกอบด้วยมวยหลัก 3 สายวิชา ได้แก่ มวยไท่จี๋
(ไทเก็ก) มวยสิงอี้ (สิงอี้เฉวียน
ท่าทางการต่อสู้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์
เช่น เสือ วานร มังกร เหยี่ยว นางแอ่น เป็นต้น)
และฝ่ามือแปดทิศ (ปา กว้าจ่าง
เคลื่อนไหวโดยการสืบเท้าเป็นรูปวงกลม
และแปลงกระบวนท่าฝ่ามือเป็นท่าต่างๆ)
ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นศิลปะการต่อสู้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศจีน
ที่โด่งดังและได้รับการยอมรับไปทั่วโลก
ข้อมูล
มรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ปี
1994
ที่ตั้ง :
เมืองตันเจียงโข่วทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของมณฑลหูเป่ย
อาณาเขต : 321 ตร.กม.
|
ข้อมูลท่องเที่ยว
- การเดินทาง
โดยเครื่องบิน
มีเครื่องออกจากปักกิ่งทุกวันพุธ เวลา 15:20
น.ถึงสนามบินเหล่าเหอโข่ว(老河口)เวลา 16:40 น.
เดินทางจากสนามบินต่อไปยังเขาบู้ตึ๊งอีก 90
กิโลเมตร
เดินทางโดยรถไฟสายอู่ฮั่น-ฉงชิ่ง
จากเมืองอู่ฮั่นลงที่สถานีเขาบู้ตึ๊ง
หากท่านนั่งรถยนต์โดยสารทางไกล
ส่วนใหญ่แล้วมักจะส่งผู้โดยสารที่เมืองสือเยี่ยน(十堰市)
ท่านต้องต่อรถไปเอง ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบาย
บริษัทท่องเที่ยวในท้องถิ่นมีบริการเช่ารถ
เมื่อถึงเขาบู้ตึ๊ง มีบริการรถโดยสาร
(ไม่ต้องต่อรองราคา)
หลายสายมุ่งสู่เขตทิวทัศน์ต่างๆ
หรือจุดท่องเที่ยวบนเขา
รถโดยสารจากเขาบู้ตึ๊ง-วังหนันเหยียน(南岩) ราคา 10
หยวน (คนเต็มรถออก)
รถจากวังหนันเหยียน-วิหารจินเตี้ยน(金殿) ราคาตั๋วรถ
80 หยวน
- ราคาบัตรผ่านประตูใหญ่เขาบู้ตึ๊ง
3 หยวน เข้าชมโบราณสถานบนเขา
ต้องซื้อตั๋วแต่ละจุดอีกครั้ง
ราคาตั๋วแต่ละแห่งไม่เกิน 10 หยวน
- สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติเสินหนงเจี้ย(神农架自然博物馆)
ในเขตอนุรักษ์ป่าดึกดำบรรพ์เขาเสินหนงเจี้ย
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองสือเยี่ยน ราคาบัตร 20
หยวน ยอดเขาเสินหลง(神龙顶) ราคาบัตร 50 หยวน
ลำธารเสินหนง (神农溪) ราคาบัตร 200 หยวน
-ของดีเขาบู้ตึ๊ง
ประเพณีการเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งขุนเขา
จัดขึ้นในเดือน 3 และเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ
เป็นกิจกรรมการปีนเขาเพื่อสักการะเทพเจ้าอย่างหนึ่ง
บริษัทท่องเที่ยวท้องถิ่นมักจัดโปรแกรมทัวร์ 1
วันในช่วงเวลาดังกล่าว ราคาประมาณ 200 หยวน/คน
นำนักท่องเที่ยวขึ้นเขาบู้ตึ๊ง
(ราคานี้รวมค่ารถขึ้น-ลงเขา ค่าอาหารกลางวัน
และบัตรผ่านประตูใหญ่)
นอกจากนี้ สินค้าเลื่องชื่อของเขาบู้ตึ๊ง
ที่นักท่องเที่ยวต้องนำติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก
คือ ผลกีวี ใบชา ส้มพื้นเมือง(蜜桔)
และงานศิลปะหัตถกรรมภาพวาด และหยกแกะสลัก
ซึ่งเป็นเครื่องลางหรือของสะสมที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋า
เป็นต้น
-ฤดูกาลที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเขาบู้ตึ๊ง
ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
ระหว่างเดือนเมษายน-พฤศจิกายน บนยอดเขาที่ความสูง
1,200-1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
บริเวณวังเฉาเทียนกง(朝天宫) ถึงยอดเขาจินติ่ง(金顶)
อุณหภูมิเฉลี่ย 8.5 องศา บนความสูง 750-1,200 เมตร
บริเวณวังจื่อเซียวกง(紫霄宫) ถึงวังเฉาเทียนกง
อุณหภูมิราว 12 องศา ที่ความสูงต่ำกว่า 750 เมตร
บริเวณตำบลเขาบู้ตึ๊งและเนินเขาไท่จื่อ(太子坡)
อุณหภูมิราว 15.9 องศา
-ข้อควรระวัง
มารยาทการเข้าวัดเต๋าหรือโบราณสถานของลัทธิเต๋า
คล้ายคลึงกับวัดพุทธ เช่น ห้ามส่งเสียงดัง
ไม่เหยียบธรณีประตู ไม่พูดคำหยาบ ห้ามดื่มเหล้า
แต่มีข้อยกเว้นอีกว่า
ห้ามใช้นิ้วชี้หรือหันหลังให้รูปเคารพในวัด
ห้ามถามอายุนักพรตเต๋า(มีเหตุผลมากมายตามความเชื่อในศาสนาเต่า)
ของเซ่นไหว้ในวัดมีข้อกำหนดว่า
ห้ามไหว้ลูกทับทิม ลูกพลัม ไก่ สุนัข
ดอกไม้สีแดงฉูดฉาด
มีสถานที่ต้องห้ามหลายแห่ง
กรุณาเดินตามไกด์
เพื่อความปลอดภัยและสิริมงคลของตัวท่านเอง
ข้อมูลจาก cctv.com ค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่
http://www.chinawudang.com/
|