เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนท่องเที่ยว ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์มาเก๊า ทัวร์สิงคโปร์ ทัวร์เวียดนาม ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น แพ็คเกจทัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เที่ยวทั่วโลก บริษัททัวร์ ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า ข้อมูลมรดกโลกจีนเอ๋อเหมยซาน



 โปรโมทเว็บฟรี



 
Google
 
ขึ้นง้อไบ๊ 'ขุนเขาแห่งพุทธ'
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2547 17:23 น.
แถวบนจากซ้ายไปขวา- วัดหัวจั้ง วัดเป้ากั๋ว และวิหารหลังคาทองแดง บนยอดเขาวั่นฝอ ล่างจากซ้ายไปขวา- วัดวั่นเหนียน ทิวทัศน์บนยอดเขาวั่นฝอ
       ในประเทศจีนมีการก่อสร้างวัดทางพุทธศาสนาขึ้นแห่งแรกในราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 บนเขาที่มีทิวทัศน์งดงามนามว่า เอ๋อเหมยซัน หรือตามที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ 'เขาง้อไบ๊' ตั้งแต่นั้นทิวเขาแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ตั้งของวัดพุทธที่สำคัญของประเทศ หลายศตวรรษผ่านพ้นไป สั่งสมคุณค่าและได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางพุทธศาสนาที่สำคัญของชาวจีน ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงพระพุทธรูปที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ พระพุทธรูปเล่อซัน ที่มีความสูงเป็นที่สุดในโลก

 
ยอดเขามีหิมะปกคลุมเกือบทั้งปี มีสภาพอากาศหนาวเย็น แม้แต่ฤดูร้อนยังมีลมพัดเย็นสบาย
       ขุนเขาแห่งพุทธ และแหล่งศึกษาพันธุกรรม
       
       เขาเอ๋อเหมยซัน เรียกอีกชื่อว่า ต้ากวงหมิงซัน ‘เทือกเขาแห่งแสงสว่าง’ เป็นหนึ่งในสี่ขุนเขาใหญ่ที่เป็นรากฐานของพุทธศาสนาในจีน ( เอ๋อเหมยซันในมณฑลเสฉวน พู่ถัวซันในมณฑลเจ้อเจียง จิ่วหัวซันในมณฑลอันฮุย และอู่ไถซันในมณฑลซันซี ) ตั้งอยู่ทางตอนกลางส่วนใต้ของมณฑลเสฉวน บนพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างที่ราบสูงทิเบต กับที่ราบแอ่งกระทะเสฉวน มียอดเขาพระพุทธรูปหมื่นองค์ วั่นฝอ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดโดยมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,099 เมตร
       
       ตามหลักฐานทางโบราณคดี ชี้ให้เห็นว่า เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 บรรพบุรุษของชาวจีนรังสรรค์และก่อร่างอารยธรรมแห่งพุทธศาสนา ซึ่งเผยแผ่มาจากดินแดนชมพูทวีปตาม 'เส้นทางสายแพรไหม' ขึ้นบนเขาเอ๋อเหมยซันเป็นครั้งแรก โดยการก่อสร้างวิหารผู่กวงเตี้ยน(普光殿)บนยอดเขาจินติ่ง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่มีการปลูกสร้างโบราณสถาน รูปสลัก การประดิษฐ์สังฆภัณฑ์ งานศิลปะ ดนตรี ตลอดจนริเริ่มพีธีกรรมทางศาสนา ในเวลาต่อๆมา

 
วิหารถงเตี้ยน(铜殿)บนยอดเขาจินติ่งซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,077 เมตร
       ศิลปะวัดพุทธที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ปรากฏบนเขาเอ๋อเหมยซัน ได้รับการโจษขานให้เป็น ‘มงกุฎสุดยอดในปฐพี’ ที่ประดับอยู่ ณ ยอดเขาแห่งพุทธ วัดวาอารามที่อยู่บนเขารวมทั้งสิ้น 30 กว่าแห่ง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีอาณาเขตกว้างขวางมีอยู่ถึง 10 กว่าแห่ง และยังประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถานสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี พระพุทธรูปสลักสมัยถังและซ่ง เจดีย์หยก และกลุ่มสุสานที่หน้าผาสมัยราชวงศ์ฮั่น ยังอุดมด้วยโบราณวัตถุล้ำค่าอีกกว่า 7,000 กว่าชิ้น
       
       นอกจากความโด่งดังในฐานะที่เป็นยอดเขาแห่งตำนานของแผ่นดินพระภูผาเซียน และวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันเรืองรองแล้ว เสน่ห์งดงามของธรรมชาติอันตระการตา ยังทำให้ชื่อเสียงของเทือกเขาแห่งนี้ขจรขจายไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ
       
       กวีชื่อดังหลายท่านของจีนในอดีต อาทิ กวีสมัยถัง หลี่ไป๋ ท่านซูตงพอ กวีสมัยซ่ง หรือนักเขียนวรรณกรรมยุคใหม่ กัวม่อลั่ว ได้เคยฝากผลงานกวีนิพนธ์ ชื่นชมความงามและพรรณนาคุณค่าแห่งเทือกเขาเอ๋อเหมยซันนี้ไว้หลายยุคหลายสมัย
       
       คุณสมบัติทางธรรมชาติประการหนึ่ง ที่ทำให้เขาเอ๋อเหมยซันมีความสำคัญต่อประเทศจีนอย่างยิ่ง คือ ความสมบูรณ์ทางภูมิประเทศและทางธรณี เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของชั้นหินที่มีมาแต่ ยุคแคมเบรียน จึงเป็นโรงเรียนกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยเรื่องวิวัฒนาการของเปลือกโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก

 
       นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพืชพันธุ์ธรรมชาติอันมีค่า โดยเฉพาะการเป็นแหล่งปกคลุมของพืชเขตร้อน ซึ่งอุดมด้วยพืชชั้นสูงถึง 242 ตระกูล แยกเป็น 3,200 กว่าชนิด มีพื้นที่ป่าปกคลุมถึง 87% จึงเป็นแหล่งศึกษาวิจัยพันธุ์พืชหายากของโลก
       
       ทั้งนี้จำแนกเป็นพันธุ์พืชในประเทศจีน พันธุ์พืชในแถบพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจีนกับเขตเทือกเขาหิมาลัย และพันธุ์พืชแถบเอเชียญี่ปุ่น พืชชั้นสูงบุพกาลที่อยู่ในภาวะวิกฤต และมีเฉพาะในประเทศจีน มีความหลากหลายถึง 100 กว่าชนิด ในจำนวนนี้มี 31 ชนิด ที่ทางรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นพันธุ์พืชคุ้มครอง รวมถึงพืชที่ใช้ทำยาสมุนไพรอีก 200 กว่าตระกูล

 
ทะเลหมอกบนเขาง้อไบ๊มีให้เห็นทั้งปี
       เขาเอ๋อเหมยซัน ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม ของสัตว์ในถิ่นเหนือยุคเก่า คาบเกี่ยวกับถิ่นเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะสัตว์หายากในถิ่นเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และกลุ่มที่อาศัยอยู่บนแถบที่ราบสูง ซึ่งมีมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์
       
       
พระพุทธรูปสลักเล่อซัน ประติมากรรมระดับโลก

 
พระพุทธรูปเล่อซัน มีความสูงกว่าพระพุทธรูปที่เมืองบามียัน ในอัฟกานิสถาน 18 ม.(พระพุทธรูปใหญ่บน ''เส้นทางสายแพรไหม'' ที่เป็นข่าวโด่งดัง โดยถูกนักรบทาลีบันทำลายเมื่อปี 2001)
       พระพุทธรูปสลักริมหน้าผาเล่อซัน สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจงแห่งราชวงศ์ถัง ต้นรัชสมัยไคหยวนปี ค.ศ.713 โดยการเจาะสกัดหินบนเขาเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท หลังพิงเขา หันหน้าสู่แม่น้ำหมินเจียง มีความสูง 71 เมตร กว้าง 10 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าพระพุทธรูปหินสลักที่ถ้ำผาหยุนกัง(ต้าถง)ในมณฑลซันซี(มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี 2001)ถึง 3 เท่า
       
       พระพุทธรูปเล่อซันสร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระอาจารย์ไห่ทง แห่งวัดหลิงหยุน ใช้เวลาก่อสร้างนาน 90 ปี จนมาสำเร็จในปี ค.ศ.803 ในสมัยจักรพรรดิถังเต๋อจง แกะสลักขึ้นด้วยฝีมือช่างงามวิจิตร ลายเส้นที่พลิ้วไหวและสัดส่วนขององค์พระที่ได้สมดุล เต็มไปด้วยพลังที่แผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ล้วนสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันเฟื่องฟูในยุคราชวงศ์ถัง
       
       สิ่งหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์องค์พระเล่อซันให้คงความโอ่อ่าสง่างามมาจนถึงวันนี้ได้ ต้องยกให้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เมื่อครั้งเริ่มเจาะสกัดหินกันเลยทีเดียว กล่าวคือ การเจาะทางระบายน้ำไหลด้านหลังกรรณทั้งสองและเศียรองค์พระ เพื่อกันการกัดเซาะของน้ำฝนไม่ให้ไหลบนตัวองค์พระและทำลายทัศนียภาพขององค์พระพุทธรูป ทำให้องค์พระไม่สึกกร่อนเสียหายมาก สามารถคงรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเมื่อพันกว่าปีก่อน

 
เศียรพระขนาดใหญ่อันน่าเกรงขาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมาชื่นชม
       นอกจากนี้เขาหลิงหยุนซันด้านหลังองค์พระ ยังเป็นเทือกเขาที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยราชวงศ์สุยและถัง นอกจากจะมีชื่อในด้านความงามทางธรรมชาติ ซึ่งล้อมรอบด้วยยอดเขาทั้ง 9 และเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปเล่อซันแล้ว ยังมีวัดหลิงหยุน ซึ่งสร้างในสมัยต้นราชวงศ์ถัง(รัชสมัยไคหยวนปีที่ 713 )
       
       ตามบันทึกในประวัติศาสตร์ระบุว่า ก่อนรัชสมัยฮุ่ยชั่ง(ราวปีค.ศ.841) ในแผ่นดินจักรพรรดิถังอู่จง บนยอดเขาแต่ละยอดล้วนมีวัดตั้งอยู่ทั้งสิ้น แต่เนื่องด้วยในปีที่ 4-5 ของรัชสมัยฮุ่ยชั่ง จักรพรรดิถังอู่จง ไม่สนับสนุนพุทธศาสนา จึงมีราชโองการรับสั่งให้ทำลายวัดพุทธบนเขาแห่งนี้ เหลือแต่วัดหลิงหยุนที่รอดพ้นจากการถูกทำลายในครั้งนั้นมาได้ แต่ต่อมาวัดแห่งนี้ก็ไม่พ้นถูกทำลายลงด้วยผลสืบเนื่องมาจากสงครามในปลายราชวงศ์หยวน แห่งรัชสมัยจักรพรรดิซุ่นตี้ จึงแทบไม่เหลือเค้าเดิมของวัดศิลปะสมัยถังอยู่เลย
       

       กาลเวลาล่วงเลยมาถึงสมัยราชวงศ์หมิงจึงได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทว่าในปลายสมัยราชวงศ์หมิง ก็ได้รับภัยพิบัติจากสงครามอีกครั้ง ต่อมาในสมัยจักรพรรดิคังซี แห่งราชวงศ์ชิง จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้ง ใช้เวลาถึง 6 ปีจึงแล้วเสร็จเป็นวัดหลิงหยุนในปัจจุบัน สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในวัดจึงมีศิลปะแบบสมัยหมิง และชิงผสมผสานอยู่ร่วมกัน

 
ซ้าย-หอชิงอิน ขวา-อีกฉากหนึ่งของทิวทัศน์บนยอดเขาง้อไบ๊
       พระพุทธรูปสลักเล่อซัน ตั้งอยู่บริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านสามสาย คือ ต้าตู้เหอ ชิงอีเจียง และหมินเจียง ในเขตเมืองเล่อซัน อาณาบริเวณโดยรอบยังประกอบด้วย เขาหลิงหยุน สุสานในถ้ำริมผาม๋าเฮ่า เขาอูโหยว และบริเวณเขาอูโหยวที่เชื่อมต่อกับเขาหลิงหยุนซันและเขากุยเฉิงซัน ยังประกอบขึ้นเป็นทิวทัศน์อันน่าพิศวงรูปพระนอนขนาดใหญ่ซึ่งมีความยาวราว 1,300 เมตร รวมพื้นที่ราว 8 ตร.กม. ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในเขตทิวทัศน์ของเทือกเขาเอ๋อเหมยซัน
       
       ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมาที่เขาง้อไบ๊ นอกเหนือจากเพื่อสักการะและตื่นตะลึงกับความเป็นที่สุดของพระพุทธรูปเล่อซันแล้ว ยังมาเพื่อชื่นชมทัศนียภาพตามธรรมชาติ และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สดชื่นเย็นสบายบนยอดเขาแห่งนี้
       โดยตลอดทั้งปีมีกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชนิด อาทิ การชมความงามของดอกตู้เจวียน ใบไม้เปลี่ยนสี ท่องป่าหน้าร้อน และเล่นสกีหิมะในหน้าหนาว ฯลฯ  โดยเขตทิวทัศน์เขาเอ๋อเหมยซันได้ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติของมณฑลเสฉวน ควบคู่กับเขตอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว หวงหลง เขาชิงเฉิง และเขื่อนชลประทานธรรมชาติที่ตูเจียงเยี่ยน.
 
       

       ข้อมูล
       

       มรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ปีค.ศ. 1996
       ที่ตั้ง-ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 160 กิโลเมตร มณฑลเสฉวน
       อาณาเขต-เขาเอ๋อเหมยซัน 154 ตารางเมตร พื้นที่อนุรักษ์โดยรอบ 469 ตารางเมตร

       
       ข้อมูลท่องเที่ยว
       
       การเดินทาง

       เดินทางโดยเครื่องบินลงที่สนามบินเฉิงตู มณฑลเสฉวน แล้วต่อรถโดยสารไปยังเขาง้อไบ๊เมืองเล่อซัน โดยขึ้นรถบัสที่สถานีขนส่งซินหนันเหมิน (新南门旅游客运中心) รถออกทุก 20 นาที ตั้งแต่ 7 :10 – 18 :10 น. ใช้เวลา 2 ชม.ถึงเขาง้อไบ๊ ราคาตั๋ว 16.5 - 35 หยวน ไปวัดเป้ากั๋ว 30 หยวน หรือเลือกเดินทางโดยรถเมล์ ขึ้นรถเมล์สาย 4,11,23,41,56,62  ที่สถานีรถซีเหมิน(西门汽车站) ปากทางถนนวงแหวนที่ 1 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเฉิงตู 
       หากนั่งรถไฟสามารถลงรถที่ สถานีเขาเอ๋อเหมยซัน(峨眉山站) บนเส้นทางรถไฟสายเฉิงตู-คุนหมิง สถานีอยู่ห่างจากวัดเป้ากั๋ว(报国寺) ซึ่งเป็นปากทางเข้าสู่เขตทิวทัศน์เขาง้อไบ๊ 10 กิโลเมตร
       เดินทางโดยรถยนต์จากเฉิงตู-เล่อซัน-เอ๋อเหมยซัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.30 นาที ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งซินหนันเหมิน (新南门旅游客运中心) สะดวกที่สุด  หากเดินทางจากเมืองเล่อซันซึ่งห่างจากเมืองเอ๋อเหมยซัน 34 กม. ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม. ขึ้นรถที่สถานีขนส่งทางไกลเมืองเอ๋อเหมยซัน(峨眉山市长途客运中心) ซึ่งเป็นชุมทางขนส่งเข้าเฉิงตู และเมืองอื่นๆ  รถออกทุก 10 นาที ราคาตั๋วราว 5.5 หยวน รถเที่ยวสุดท้ายไปเล่อซันออก 6 โมงเย็น หากเช่ารถไปเองราคาประมาณ 50-60 หยวน

       
       แหล่งท่องเที่ยวบนเขาง้อไบ๊และราคาบัตรผ่านประตู

       บัตรผ่านประตูขึ้นเขาง้อไบ๊ 120 หยวน  กระเช้าขึ้น-ลงเขาง้อไบ๊ 70 หยวน  วัดหัวจั้ง(华藏寺)บนยอดเขาจินติ่ง 10 หยวน นั่งรถชมทิวทัศน์(ไป-กลับ) 60 หยวน  ชมพระพุทธรูปเล่อซัน 40 หยวน
       วัดเป้ากั๋ว (报国寺) ตั้งอยู่บนเชิงเขาง้อไบ๊ และยังเป็นวัดปากประตูขึ้นเขา สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ราคาบัตร 8 หยวน
       วิหารชิงอิน (清音阁) สูงเหนือระดับน้ำทะเล 710 ม. ห่างจากวัดเป้ากั๋ว 15 กม. มีการตกแต่งด้วยเก๋งจีน สะพาน สระน้ำ ทัศนียภาพงดงาม
       วัดวั่นเหนียน (万年寺) สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยจิ้น อุทิศเพื่อไต้ซือฮุ่ยฉือ สมัยราชวงศ์ถังเปลี่ยนชื่อเป็น วัดไป๋สุ่ย(白水寺) สมัยซ่งเปลี่ยนเป็นวัดผู่เสียน(普贤寺) จนมาในสมัยราชวงศ์หมิงจึงตั้งชื่อใหม่ว่า วั่นเหนียน เป็นวัดที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดบนเขาง้อไบ๊ ราคาบัตรผ่านประตู 10 หยวน กระเช้าขึ้น-ลงเขา 70 หยวน 
       ชมทิวทัศน์บนยอดเขาจินติ่ง (金顶景区) ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,000-3,000 ม. กระเช้าขึ้น-ลงเขา 70 หยวน นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นเขาชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และในฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม จะมาดูปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องกระทบยอดหลังคาทองแดงของวิหารบนยอดเขา ซึ่งจะต้องเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่งในเวลาบ่ายเท่านั้น จึงจะเห็นภาพที่งดงามนี้ได้ 
       บนยอดจินติ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีก เช่น สระสีเซี่ยง (洗象池) วัดหัวจั้ง  ยอดเขาวั่นฝอ (万佛顶) วิหารวั่นฝอ ยอดเชียนฝอ (千佛顶) ฯลฯ
       
       การขึ้นยอดเขาจินติ่งในฤดูหนาว ต้องระวังทางเดินลื่นเนื่องจากมีหิมะเกาะตามบันไดและทางเดิน ผู้สูงอายุควรระมัดระวังเป็นพิเศษ  อากาศบนยอดเขาหนาวจัด ควรเตรียมเครื่องกันหนาวให้พร้อม และเดินช้าๆอย่ารีบร้อน นอกจากนี้ อากาศบางเบาอาจทำให้ประสบปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ กรุณาปรึกษาแพทย์ส่วนตัวก่อนออกเดินทาง
       บริเวณเมืองเฉิงตูฤดูหนาวฟ้าสว่างเวลา 8 โมงเช้า ร้านค้าอาจยังไม่เปิดให้บริการ หากท่านขึ้นเขาในเวลาเช้าควรเตรียมอาหารเช้าและรับประทานให้เต็มอิ่ม เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น  และสำหรับผู้รักการผจญภัย ต้องการเดินเท้าขึ้นเขา อย่าลืมติดแผนที่ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ยามฉุกเฉิน และควรมีเพื่อนร่วมทางอย่างน้อย 5 คนขึ้นไป  นอกจากนี้ อากาศเย็นจัดอาจทำให้แบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปใช้การไม่ได้ ควรไว้ติดตัวเพื่อรักษาอุณหภูมิ (ถ่ายภาพทะเลหมอกบนยอดเขาใช้ฟิล์มไวแสง iso 200-400 และความอดทน)

       
       การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆบนเขาง้อไบ๊

       มีรถโดยสารประจำทางของสถานีขนส่งเพื่อการท่องเที่ยวเขาง้อไบ๊ (峨眉山旅游客运中心) ให้บริการ ผ่านสถานที่ต่างๆ อาทิ วัดเป้ากั๋ว วัดวั่นเหนียน วิหารชิงอิน ถ้ำมังกร ยอดเขาจินติ่ง เป็นต้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเองสามารถขึ้นลงที่ป้ายรถเมล์ตามทางได้อย่างสะดวกสบายทุกเวลา

       
       ของดีเขาง้อไบ๊
       
ชาเอ๋อหรุ่ย(峨蕊) และชาจู๋เยี่ยชิง (竹叶青) เป็นชามีชื่อของเขาง้อไบ๊ นอกจากนี้ยังมีกระเทียมคุณภาพที่ปลูกบริเวณเชิงเขา ฟักทองอบแห้ง ก็เป็นสินค้าเลื่องชื่อของง้อไบ๊ด้วย

       
       ฤดูท่องเที่ยว
       
ถึงแม้เขาง้อไบ๊จะอยู่ในเขตอากาศร้อนแถบเอเชีย แต่เนื่องจากอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก สภาพอากาศจึงแตกต่างจากที่ราบบริเวณรอบๆ มี 2 ฤดู คือหนาวและใบไม้ผลิ ยอดเขามีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี  อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 14-19 องศาเซลเซียส แม้ในฤดูร้อนก็มีลมพัดเย็นสบาย เดือนก.ค.อุณหภูมิเฉลี่ย 11.8 - 20 องศาเซลเซียส  ท่านสามารถขึ้นเขาง้อไบ๊เที่ยวได้ทั้งปี แต่ฤดูฝนราวเดือน เม.ย.- ต.ค.เดินทางค่อนข้างลำบาก
       อุณหภูมิที่เขาง้อไบ๊มีความแตกต่างจนมีคำเรียกขานว่า ‘ภูเขา 4 ฤดู ในระยะ 10 ลี้ อากาศยังแตกต่างราวคนละฟ้า’ นักท่องเที่ยวที่มาชมความงามของเขาง้อไบ๊ จึงต้องเลือกเวลาที่เหมาะสมในการมาชมความงามของทัศนียภาพรูปแบบต่างๆ
       พระอาทิตย์ขึ้น – ชมในฤดูร้อน เวลา 6 : 00 น. ฤดูหนาว เวลา 7 : 00 น.
       ทะเลหมอก – เวลาเช้า 9 : 00 – 10 : 00 น. เวลาบ่าย 15 : 00 -16 : 00 น.
       รังสีพระพุทธที่ยอดจินติ่ง(ปรากฏการณ์ของแสงอาทิตย์สะท้อนกลีบเมฆเป็นเงาพระพุทธรูป) เวลาเช้า 9 : 00 – 10 : 00 น. เวลาบ่าย 15 : 00 – 16 : 00 น.
       ชมดอกตู้เจวียน – เม.ย.-พ.ค. ดอกตู้เจวียนบนยอดเขาวั่นฝอ – พ.ค.-มิ.ย.
       ชนใบไม้เปลี่ยนสี(ใบไม้สีแดง) – ต.ค.
       เล่นสกีหิมะ – พ.ย.-มี.ค.
       ท่องป่าชมลิง – มิ.ย.-ก.ย.

       
       ข้อควรระวัง

       ลิงกังทิเบตเป็นสัตว์สงวนของจีน มักพบเห็นได้ตามยอดเขา และชอบออกมาก่อกวนแหย่นักท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัย ท่านสามารถหลีกเลี่ยงโดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้  อย่าหยอกล้อลิงด้วยความคึกคะนอง ห้ามป้อนอาหารลิงใกล้ชิดเกินไป ห้ามใส่เสื้อสีแดง อย่าแหย่แม่ลิงที่อุ้มลูกอยู่ หากต้องการให้อาหารลิง ควรให้แม่ลิงก่อนแล้วจึงให้ลูก  และดูแลกระเป๋าสตางค์และกล้องถ่ายรูปให้ดี
       ค่าใช้จ่ายอื่นๆบนเขาง้อไบ๊ นอกจากค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆและค่าที่พักแล้ว ท่านสามารถต่อรองราคาได้ตามความพอใจ

       
       
       เว็บไซต์แนะนำท่องเที่ยวเขาง้อไบ๊
  www.ems517.com หรือชมภาพเพิ่มเติมที่ http://www.rmhb.com.cn/chpic/htdocs/sjyc/H_EMS.HTM
        
 
 

      



 สถิติวันนี้ 429 คน
 สถิติเมื่อวาน 301 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
8269 คน
49221 คน
52116 คน
เริ่มเมื่อ 2008-03-1

  

 


Produce & Service by  Aiweb